อ่ยคำ จึงยิ้มแล้วถามว่า “ห้องหมายเลขสามเสนอราคาหกพันหก ยังมีผู้ใดอยากเสนอราคาอีกหรือไม่”
ความเงียบงัน
ตลกแล้ว แม้กระทั่งซีเย่ว์ซียังยอมแพ้ แล้วใครจะกล้าไปแตะต้องคนระดับนี้อีกเล่า!
ฉินหว่านยังอยากเสนอราคาอยู่ แต่ถูกบิดาของตนยั้งเอาไว้ ผู้ที่แม้แต่โรงประมูลยังต้องรักษามารยาท พวกเขาย่อมมิอาจไปยั่วยุได้อยู่แล้ว
ฉินหว่านกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ฟังจวินหลานทุบค้อนประมูลด้วยความไม่ยินยอม
สิ่งของในตอนแรกล้วนมิได้สูงค่าอะไรมากนัก ดังนั้นจึงจ่ายด้วยเงินสดทั้งสิ้น เพียงไม่นานสาวใช้คนหนึ่งก็ยกถาดเข้ามา ซือหม่าโยวเย่ว์ให้นางวางถาดลง หลังจากนั้นจึงนับหกพันหกตำลึงทองให้ ก่อนจะให้นางออกไป
สาวใช้ปิดประตูห้องอย่างรู้หน้าที่ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงเปิดถาดออกแล้วเลิกม่านสีแดงที่อยู่ด้านในขึ้น
ในกล่องใบเล็กมีก้อนหินสีดำก้อนหนึ่งวางอยู่ ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบก้อนหินขึ้นมาก็พบว่ามีไอหนาวเย็นสายแล้วสายเล่าพรั่งพรูออกมา
“สิ่งนี้คือศิลาทมิฬอย่างนั้นหรือ” เธอมองดูอย่างละเอียด นอกจากอุณหภูมิที่ต่ำอยู่บ้าง ก็ไม่เห็นว่าจะมีความแตกต่างไปจากก้อนหินอื่นๆ แต่อย่างใดเลย
หมัวซาดูเหมือนจะตื่นเต้นอยู่พอสมควรจนซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกได้ว่าสร้อยข้อมือม่านถัวสั่นสะท้านไม่ใช่น้อยเลย
“หมัวซา ศิลาทมิฬนี้คือศิลาอะไรหรือ”
“สิ่งชั่วร้ายดำมืดน่ะ” หมัวซาออกมาจากสร้อยข้อมือม่านถัวแล้วมองศิลาทมิฬตาลุกวาว
“สิ่งชั่วร้ายดำมืดหรือ เช่นนั้นท่านจะเอ