เขาในยามนี้การรีบเร่งเดินทางไปถึงทวีปเทพโบราณ มิต้องใช้เวลานานสักเท่าใดนัก มู่หลิงลั่วเงียบงัน ผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “พี่ฉางเซิง หนนี้ข้าคงต้องปฏิเสธท่าน หากไม่มีมหันตภัยของโลกมนุษย์หนนี้ ข้าย่อมเดินทางไปหาท่านด้วยไร้ภาระใดๆ แต่ยามนี้มหันตภัยกรายใกล้ หากข้าจากไปย่อมละอายต่อจวนศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกว่านั้นคงละอายต่อตระกูลมู่ แล้วอีกอย่างต่อให้ข้าเดินทางไปหาท่านจริงก็ทำได้เพียงมีชีวิตอยู่นานขึ้นอีกหน่อยเท่านั้น ยามใดเผ่ามนุษย์ล่มสลาย พวกเราจะหลบลี้หนีภัยได้อีกนานเท่าใด”
เจียงฉางเซิงปลื้มใจ มู่หลิงลั่วดูภายนอกเหมือนคนกลัวปัญหายุ่งยาก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับภัยอันตรายใหญ่หลวงเข้าจริงๆ นางกลับไม่ขลาดกลัว นี่บ่งบอกว่าตั้งแต่เล็กเขาสั่งสอนนางมาดี ความจริงแล้วเขาใช้โลกมรรคาพาตระกูลมู่มาได้ แต่นั่นจะทำให้โลกมรรคาถูกเปิดเผย ไม่ว่าอย่างไรกว่ามหันตภัยจากเผ่าปีศาจจะมาเยือนก็ยังเหลือเวลาอีกพอสมควร รออีกสักหน่อยก็เหมือนกัน ระดับขั้นอย่างมู่หลิงลั่วในตอนนี้ จวนศักดิ์สิทธิ์คงไม่มีทางส่งนางไปสนามรบ
เจียงฉางเซิงเอ่ยว่า “หากจวนศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้เจ้าไปที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ จงจำไว้ว่าต้องบอกข้า” มู่หลิงลั่วพยักหน้า ตอบว่า “วางใจเถิด ศิษย์ที่หายไปเหล่านั้นอย่างน้อยก็ขั้นจักรวาล ข้ายังห่างจากขั้นจักรวาลอีกไกลนัก” นางมีสีหน้ากลัดกลุ้มกังวล เพราะคิดไม่ถึงว่าในชั่วชีวิตของตนเองจะต้องมาพบเจอหายนะ