ดหู่นัก ของคนอื่นยังมีชีวิตอยู่ มีของเขาเพียงคนเดียวที่กลายเป็นไข่ตาย ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเหตุใดโชคชะตาตนจึงย่ำแย่เช่นนี้
“กินไปแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีอย่างตกใจ
“ใช่สิ พอออกมาก็เป็นไข่ตายแล้ว หลังจากนั้นข้าก็เลยใช้ของที่เจ้าทิ้งเอาไว้ในห้องครัวทำเป็นไข่หมีกินเสียเลย” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยอย่างหดหู่
“อืม พวกเราแบ่งกันกินคนละนิดละหน่อย ถึงแม้ว่าเคล็ดลับจะไม่ได้เรื่อง แต่ไข่ก็รสชาติดีอยู่นะ” โอวหยางเฟยพูด
“พรืด…” ซือหม่าโยวเย่ว์พ่นหัวเราะออกมา เมื่อเห็นสีหน้าหดหู่ของเจ้าอ้วนชวีจึงเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรหรอกน่า ก็แค่ไข่สัตว์อสูรฟองเดียวมิใช่หรือ กินไปแล้วก็กินไปเถิด ถึงอย่างไรสัตว์อสูรที่ข้าให้เจ้าก็แกร่งกว่าไข่ฟองนั้นของเจ้าตั้งมากมาย”
ที่เทือกเขาสั่วเฟยย่า พวกเขาร่วมแรงกันจับสัตว์อสูรเทพมาได้หลายตน ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกพวกมันให้เชื่องแล้วก็ให้พวกเขาทำพันธสัญญา ตอนนี้พวกเขาก็มีสัตว์อสูรเทพผูกพันธสัญญาอยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งตนแล้ว
“โอ้ ข้างบนนี้ยังมีสิ่งของนิรนามอยู่ด้วยนะ” เว่ยจือฉีดูรายการอยู่ตลอด จึงเห็นว่าบริเวณด้านบนสุดนั้นมีเขียนถึงสิ่งของที่แม้แต่โรงประมูลเองก็ยังไม่ทราบเอาไว้ด้วย
……………………………………….
[1] ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน 不是省油的灯 เป็นสำนวนใช้เปรียบคนที่รับมือด้วยยาก เรื่องมาก เรื่องเยอะ