น ไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าอุตส่าห์จัดการที่พักให้พวกเราก็ดีเหลือเกินแล้ว” เว่ยจือฉีอมยิ้มพูด
“เช่นนั้นข้าจะพาพวกเจ้าไปเอง” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“ได้สิ”
เป่ยกงถังไปอุ้มเจ้าเด็กน้อยขึ้นมา แล้วพาเขาตามไป๋อวิ๋นฉีไปยังเรือนด้านข้างด้วยกัน
“จัดการห้องหับเอาไว้ให้พวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว พวกนางคือสาวใช้ที่จัดไว้ดูแลพวกเจ้านะ” ไป๋อวิ๋นฉีชี้ไปทางหญิงสาวหลายคนที่อยู่ภายในเรือนพลางเอ่ยขึ้น
“อวิ๋นฉี พวกเราเคยชินกับการลงมือทำด้วยตัวเอง สาวใช้อะไรพวกนี้น่ะไม่จำเป็นเลย” เว่ยจือฉีพูด “เจ้าให้พวกนางไปจัดการธุระของตัวเองเสียเถิด”
“ไม่ต้องจริงๆ น่ะหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีถาม
“อื้ม” เว่ยจือฉีพยักหน้าอย่างแน่ใจ
“เช่นนั้นก็ได้” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “พวกเจ้ากลับไปยังเรือนที่พวกเจ้าอยู่ก่อนหน้านี้เสีย”
“เจ้าค่ะ นายน้อย” สาวใช้เหล่านั้นไปจากเรือนแห่งนี้ในทันที
“พวกเจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่ พักผ่อนกันเสียก่อนเถิด ข้าจะไปคุยกับท่านพ่อข้าเสียหน่อย หลังจากนั้นค่อยพาพวกเจ้าไปเดินดูรอบๆ” ไป๋อวิ๋นฉีพูด แฝงไว้ด้วยท่าทีของผู้เป็นนาย
“ได้เลย เจ้าไปจัดการธุระก่อนเถิด”
ไป๋อวิ๋นฉีจากไป พวกเขาทั้งห้าต่างคนต่างเลือกห้องของตัวเอง เป่ยกงถังวางเจ้าเด็กน้อยเอาไว้ที่ข้างห้องของตัวเอง รอให้เขาตื่นขึ้นมา
หลังผ่านไปครึ่งวัน เจ้าเด็กน้อยจึงตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นเป่ยกงถังผู้นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะก็กะพริบตาคล้ายกับอยู่ท่ามกลางห้วงคว