ปกติก็เลยไล่ข้าออกมา” เสี่ยวถูพูด “เพราะว่าข้าไม่อาจบำเพ็ญได้ พวกเขาจึงเห็นข้าเป็นคนไร้ค่า”
“เจ้าไม่อาจบำเพ็ญได้อย่างนั้นหรือ” เป่ยกงถังพูดอย่างประหลาดใจ จากนั้นจึงคว้าข้อมือเสี่ยวถูมาตรวจดู หลังจากนั้นก็มองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “เส้นลมปราณถูกสกัดเอาไว้ทั้งหมดเลย”
การฝึกยุทธ์นั้นจำเป็นต้องดูดซับปราณวิญญาณเข้าสู่ร่างกาย หลังจากนั้นจึงเหนี่ยวนำเข้าสู่จุดตันเถียนผ่านเส้นลมปราณ หากเส้นลมปราณของคนผู้หนึ่งถูกสกัดเอาไว้ ก็ย่อมไม่มีทางฝึกยุทธ์ได้
“ให้ข้าดูหน่อยสิ
เป่ยกงถังหลีกทางให้ ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งลงที่ข้างเตียงแล้วจับมือเสี่ยวถูมาตรวจดูก็ได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันกับเป่ยกงถัง
“เป็นเช่นไรบ้าง” เป่ยกงถังถาม
“เหมือนกับเจ้าเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เสี่ยวถูพูดอย่างสงบว่า “ก่อนหน้านี้ท่านพ่อข้าก็เคยคิดหาวิธีอยู่เหมือนกัน แต่ท่านหมอปรมาจารย์วิญญาณเหล่านั้นต่างบอกว่าเส้นลมปราณของข้าเหมือนกับถูกสนิมขึ้น ไร้ซึ่งหนทาง ดังนั้นท่านพ่อข้าจึงทอดทิ้งข้า ต่อมาข้ายังถูกขับไล่ออกมา ข้าเคยชินเสียแล้วล่ะ”
“เสี่ยวถู เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“แปดขวบแล้ว” เสี่ยวถูเอ่ยตอบ
เด็กที่เพิ่งอายุได้แปดขวบคนหนึ่ง แต่พวกเขากลับสัมผัสได้ถึงความจนใจต่อชะตาชีวิตในคำพูดของเขา
“เสี่ยวถู ตระกูลของเจ้าฝึกยุทธ์กันได้หรือไม่”
“อืม ล้วนเป็นปรมาจารย์วิญญาณกันหมด มีข้าแปลกแยกอยู่คนเดียว” เสี่ยวถูเอ่ยตอบ
“เช่นนั้นเจ้