ลางพูดว่า “เสี่ยวถู เหตุใดเจ้าจึงเรียกเขาว่าพี่สาวเล่า”
เสี่ยวถูมองเป่ยกงถังอย่างแปลกประหลาดพลางเอ่ยว่า “ก็พี่สาวเป็นพี่สาวนี่นา นางก็แค่สวมเสื้อผ้าบุรุษเท่านั้นเองนี่”
“เจ้ามองออกได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ามองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผู้อื่นมองไม่เห็นได้ตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นพวกเขาจึงทำเหมือนข้าเป็นสัตว์ประหลาดอย่างไรล่ะ” เสี่ยวถูพูดอย่างน้อยใจอยู่บ้าง
ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังประสานสายตากันปราดหนึ่ง ต่างมองเห็นแววเหลือเชื่อในสายตาของกันและกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบหินก้อนหนึ่งออกมาแล้วถามว่า “เสี่ยวถู เจ้ามองออกหรือไม่ว่าภายในก้อนหินคือสิ่งใด”
“หยก”
“อันนี้เล่า”
“เหล็กกลมๆ”
ตอนนี้พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เพียงแต่ตกตะลึงเท่านั้น เสี่ยวถูมีความสามารถอันใดกันนี่!
เสี่ยวถูสัมผัสบรรยากาศแปลกประหลาดระหว่างซือหม่าโยวเย่ว์กับเป่ยกงถังได้อย่างเฉียบคม จึงร้องไห้พูดว่า “พี่สาว พวกท่านอย่าไล่เสี่ยวถูไปเลยนะ”
เป่ยกงถังยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาของเขาพลางเอ่ยว่า “พวกเรามิได้บอกว่าจะไล่เจ้าไปเสียหน่อย”
“ใช่แล้ว เจ้าตุ๊กตาน้อยร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแล้วนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ
“พวกท่านไม่ไล่ข้าไปจริงๆ นะ” เสี่ยวถูมองซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถัง “อย่าหลอกข้านะ”
“จะหลอกเจ้าไปทำไมกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์หุบยิ้ม
“เมื่อก่อนก็มีคนทำดีกับข้าเช่นนี้แหละ แต่ต่อมาพอรู้ว่าข้าไม่