ณ เมืองผิงคัง ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรจันทร์ประจิมนอกเหนือจากเมืองหลวง อยู่ห่างจากเมืองไตรวารีหลายแสนกิโลเมตร
ภายในเมืองผิงคังมีอาคารบ้านเรือนตั้งเรียงราย มีถนนตัดผ่านตั้งแต่เหนือจรดใต้ บนถนนมีผู้คนสัญจรขวักไขว่ คึกคักมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
สมาคมปรมาจารย์วิญญาณตั้งอยู่บนถนนที่มั่งคั่งที่สุดในใจกลางเมือง ผู้ที่มีพื้นที่อยู่บนถนนเส้นนี้ได้ล้วนเป็นขุมอำนาจที่จัดเป็นอันดับต้นๆ ของอาณาจักรจันทร์ประจิม ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีสมาคมใหญ่ทั้งหลายอยู่ด้วย
ตอนที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากสมาคมปรมาจารย์วิญญาณนั้นเป็นยามเที่ยงวันพอดี บนถนนมีผู้คนสัญจรไปมา คึกคักยิ่งกว่าเมืองไตรวารีเสียอีก
“เมืองนี้ช่างมีผู้คนมากมายเสียจริง!” เจ้าอ้วนชวีเห็นท้องถนนอันคับคั่ง โดยเฉพาะหญิงงามมากมายบนท้องถนนแล้วน้ำลายก็แทบจะไหลหกออกมา
“น้ำลายไหลยืดหมดแล้ว” เว่ยจือฉีตบศีรษะเขาทีหนึ่งแล้วหัวเราะหยอกล้อ
เจ้าอ้วนชวียกมือขึ้นเช็ดปากของตนโดยสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ามิได้มีน้ำลายแต่อย่างใด จึงรู้ว่าเว่ยจือฉีกำลังล้อเขาเล่น
“เจ้านี่! ล้อข้าเล่นอย่างนั้นหรือ” เจ้าอ้วนชวีชกหัวไหล่เว่ยจือฉีทีหนึ่ง
ไป๋อวิ๋นฉีเห็นเจ้าอ้วนชวีกับเว่ยจือฉีวิ่งไล่กันจึงตะคอกใส่พวกเขาว่า “พวกเจ้าสู้กันต่อเถิดนะ ข้าพาพวกเขากลับไปก่อนล่ะ ถ้าหากพวกเจ้าหาไม่เจอก็อย่ามาตำหนิพวกเราล่ะ!”
สองคนที่วิ่งไล่กันอยู่ตรงนั้นหยุดลงในทันใดแล้วกลับมายังข้างกายพ