เมื่อเห็นว่าซือหม่าโยวเย่ว์จัดการเรื่องราวตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว พวกเว่ยจือฉีจึงเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “แล้วตอนนี้พวกเราจะทำเช่นไรกันต่อหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไป๋อวิ๋นฉีแล้วพูดว่า “หรือพวกเราจะตรงไปยังเมืองผิงคังกันเลยเล่า”
“เรื่องนั้น… เพราะเรื่องการปฏิวัติสัตว์อสูรก่อนหน้านี้ จึงยังไม่ได้เอกสารยืนยันตัวตนของพวกเจ้ามา ดังนั้นพวกเรายังต้องกลับไปเอาเอกสารยืนยันตัวตนกันก่อนนะ” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
ใช่แล้ว พวกเขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“เช่นนั้นพวกเรากลับเมืองไตรวารีกันก่อน รับเอกสารยืนยันตัวตนแล้วค่อยไปเมืองผิงคัง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
พวกเขาขึ้นบนหลังนกแร้งเทวะ บินมุ่งหน้าไปยังเมืองไตรวารี เจ้าไก่ฟ้าก็เก็บแรงกดดันของตนไปแล้วนั่งบนหลังนกแร้งเทวะไปด้วยกันกับพวกเขา
ตอนกลับถึงเมืองไตรวารี ประตูเมืองยังคงปิดสนิท เมื่อเห็นเจ้าไก่ฟ้ากลับมาพร้อมกันกับพวกไป๋อวิ๋นฉี อีกทั้งซือหม่าโยวเย่ว์ยังคงมีชีวิตดีอยู่ ต่างพากันตกตะลึงไม่น้อย
“เขาไม่ตายหรือนี่!”
“หรือเกิดเรื่องราวพลิกผันอันใดขึ้นน่ะ”
“สัตว์อสูรเหนือเทพนี่มาอีกแล้ว คงจะมิได้เกิดการปฏิวัติสัตว์อสูรขึ้นอีกกระมัง”
“คงจะไม่หรอก เจ้าดูสิ เขามาพร้อมกันกับพวกนายน้อยนะ”
“หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้วนะ”
เพราะมีเจ้าไก่ฟ้าอยู่ ดังนั้นนกแร้งเทวะจึงบินตรงเข้าไปยังท้องฟ้าเหนือจวนเจ้าเมือง
วังเหล่ยและซุนลี่ลี่รู้สึกอยู่ก่อนแล้วว่าจะมีบุคคลผู้ยิ่งใหญ่มา ดังนั