ึงเอ่ยถามว่า “พวกเจ้าเป็นอย่างไรกันบ้าง”
“พวกเราหายดีกันหมดแล้ว แล้วเจ้าเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขยับร่างกายพลางอมยิ้มเอ่ยว่า “หายดีแล้วล่ะ”
“โอ้… โยวเย่ว์ เปลวเพลิงนั้นของเจ้าคือเปลวเพลิงอันใดกันน่ะ มหัศจรรย์ถึงเพียงนี้เชียว! แล้วเจ้าไข่ฟองนั้นของเจ้าคือสัตว์อสูรวิเศษอะไรหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วเอ่ยอย่างจนใจยิ่ง “ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคือสัตว์อสูรวิเศษอะไร มันไม่เคยบอกข้ามาก่อนเลย”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเธอ ทุกคนล้วนอับจนคำพูด สัตว์อสูรวิเศษของตัวเองเป็นสัตว์ชนิดใดก็ยังไม่รู้ คาดว่าคงมีแต่เธอเท่านั้นแหละที่เป็นเช่นนี้
ขณะนี้เอง เพลิงชาดก็ออกมาจากร่างของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วบินไปตรงหน้าไก่ฟ้าสี่ตาที่หมอบอยู่บนพื้น
“เจ้าสำนึกผิดหรือไม่” เสียงของเพลิงชาดแฝงไว้ด้วยความสูงศักดิ์โดยกำเนิด และดูน่าเกรงขามแม้มิได้โกรธเคือง
“ข้าสำนึกผิดแล้ว” ไก่ฟ้าสี่ตาวางศีรษะลงบนพื้นพลางเอ่ยเสียงต่ำ
“เจ้าคำรามน้อยล่วงเกินเจ้า เจ้ากลับต้องการเอาชีวิตเขา ทำร้ายเจ้านายของข้า เจ้าจบชีวิตตัวเองเสียเถิด” เพลิงชาดพูดอย่างเรียบเรื่อย
พวกเว่ยจือฉีต่างอ้าปากค้างอย่างตกใจ นี่เป็นจังหวะที่จะฆ่ามันอย่างนั้นหรือ
นัยน์ตาของไก่ฟ้าสี่ตาฉายแววไม่ยินยอม แต่กลับไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของท่านผู้นี้ มนุษย์พวกนั้นไม่รู้ตัวตนของเขา แต่มันรู้ดี
“จิ๊บๆ…”
มันเงยหน้าส่งเสียงร้องแหลมสูง กำ