ลังจะจบชีวิตของตัวเอง
“ช้าก่อน!” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งเสียงแล้วรีบกะพริบร่างไปอยู่ตรงหน้าไก่ฟ้าสี่ตาอย่างรวดเร็ว ขัดขวางการกระทำของมันเอาไว้
“ว่าอย่างไร” เพลิงชาดถาม
“เรื่องนั้น… ไก่ฟ้าสี่ตาก็มิใช่สัตว์อสูรร้ายอะไร ทั้งยังมิได้สังหารมนุษย์ไม่เลือกหน้าด้วย ไม่ง่ายเลยนะกว่าจะบำเพ็ญจนไปถึงระดับสัตว์อสูรเหนือเทพได้ หากตายไปเช่นนี้คงน่าเสียดายเหลือเกิน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่มันทำร้ายเจ้านะ!” เพลิงชาดพูดอย่างโมโห “ถ้าหากมิใช่เพราะข้าสัมผัสถึงอันตรายได้ แล้วฟื้นตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา ชีวิตเจ้าก็คงจบสิ้นแล้ว!”
“นั่นก็มิใช่เพราะเจ้าคำรามน้อยไปทำให้มันโมโหหรอกหรือ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์แก้ตัวแทนไก่ฟ้าสี่ตา
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำเช่นไรเล่า” ถ้าหากเพลิงชาดเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ทุกคนคงจะเห็นเขาสีหน้าบูดบึ้งแล้ว
“ปล่อยมันไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
มิใช่ว่าเธออยากจะทำคุณบูชาโทษ เพียงแต่ว่าเรื่องในวันนี้มิใช่ความผิดของไก่ฟ้าสี่ตาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นอกจากนี้เมื่อนึกถึงว่าเขามิได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจที่เมืองไตรวารี เธอจึงรู้สึกว่าสัตว์อสูรวิเศษเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นเขาประสบกับกัลป์สายฟ้าจำแลงกายในคืนนั้น ใจเธอจึงนับถือเขาเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ที่กล้าท้าทายกฎของโลก ล้วนคู่ควรให้คนนับถือทั้งสิ้น
ไก่ฟ้าสี่ตาคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะช่วยพูดแทนต