ม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางมีคนเหล่านี้อยู่หรือไม่!” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าด้วยนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองไป๋อวิ๋นฉีอย่างซาบซึ้ง
“นายน้อย ท่านยกเรื่องนี้ให้ข้าจัดการเถิด” หลี่ขุยพูด
“ลำบากท่านแล้ว ท่านอาหลี่” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางพยักหน้า
หลี่ขุยลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพซุนลี่ลี่ ก่อนจะพยักหน้าให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์แล้วออกไปจากโถงรับแขก
ซุนลี่ลี่ดึงตัวพวกซือหม่าโยวเย่ว์มาถามคำถามและสนทนากัน นางเป็นคนช่างพูดช่างคุยอย่างยิ่ง อีกทั้งอุปนิสัยยังตรงไปตรงมา การสนทนากับนางจึงทำให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่งวังเหล่ยก็กลับมา เมื่อเห็นภรรยาของตนหัวเราะอย่างเบิกบานใจถึงเพียงนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้ประธานก่อนจะยกน้ำชาที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเอ่ยถามว่า “คุยอะไรกันอยู่น่ะ เบิกบานใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ”
“กำลังฟังเรื่องที่พวกโยวเย่ว์เล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ในเทือกเขาสั่วเฟยย่าน่ะ” ซุนลี่ลี่หุบยิ้มแล้วถามว่า “เรื่องราวเป็นเช่นไรบ้าง”
“ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว คาดว่าต้องถึงพรุ่งนี้จึงจะรู้ผล” วังเหล่ยเอ่ยตอบ
“เช่นนั้นก็คงได้แต่รอดูผลลัพธ์แล้วล่ะนะ” ซุนลี่ลี่พูด “ใช่แล้ว ท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางมากเพียงใดหรือ”
“ตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางหรือ” วังเหล่ยขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เขามองซุนลี่ลี่พลางถ