ะ ดังนั้นวันนี้ยิ่งมิอาจปล่อยพวกเขาไปได้เลย ถ้าหากพวกเขาเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปพูด เช่นนั้นก็คงเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โตเลยทีเดียว คนฉลาดย่อมต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมสิ” ฉินอู่พูด
ไป๋อวิ๋นฉีหยิบอาวุธของตนออกมาแล้วพูดกับพวกซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “อีกประเดี๋ยวข้าจะต้านทานพวกเขาไว้อย่างสุดความสามารถ พวกเจ้าพลังยุทธ์ไม่แข็งแกร่งนัก อย่ามาเสี่ยงกับพวกเขาเลย หากสบโอกาสก็วิ่งหนีไปเสีย เข้าใจหรือไม่”
“เช่นนั้นท่านจะทำอย่างไรเล่า” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ถ้าหากพวกเจ้าหนีออกไปได้ แค่บอกให้พวกท่านอาหลี่มาแก้แค้นแทนข้าด้วยก็พอแล้ว” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าต้องหาจังหวะหนีไปนะ”
ถึงแม้ว่าการที่ไป๋อวิ๋นฉีไม่เห็นความสามารถของพวกเขาอยู่ในสายตาจึงอับจนคำพูดอยู่บ้าง แต่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังคงหยิบอาวุธของตัวเองออกมา
“ในเมื่อมาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แน่นอนว่ารวมถึงเจ้าจิ้งจอกม่วงนั่นด้วย”
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ ฉินอู่จึงหัวเราะเสียงดังขึ้นมา คล้ายกับว่าได้ฟังเรื่องที่น่าตลกขบขันเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านหัวหน้ากลุ่ม เจ้าพวกนี้ถึงกับกล้าพูดว่าจะกลับออกไปพร้อมกันอย่างนั้นหรือ ข้าว่าพวกเราส่งพวกเขาไปยมโลกให้เร็วสักหน่อยเถิด!” บุรุษผมสีเหลืองคนหนึ่งพูดกลั้วหัวเราะ
ไป๋อวิ๋นฉีหันไปก็เห็นว่าทุกคนล้วนชักอาวุธออกมากันหมดแล้ว จึงพูดว่า “พวกเจ้าคิดได้เช่นนี้ข้าช่างเบิกบานใจยิ่งนั