ก แต่พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันได้เพียงวันเดียวเท่านั้น พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะข้าหรอกน่า!”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อให้พวกเราหนีไปเล่า” เว่ยจือฉีพูด
ไป๋อวิ๋นฉีตกตะลึงเพราะคำถาม จากนั้นจึงเอ่ยว่า “ข้าก็แค่ไม่อยากลากพวกเจ้ามาลำบากด้วยเท่านั้นเอง”
“ท่านหัวหน้ากลุ่ม หญิงสาวผู้นี้รูปร่างหน้าตาไม่เลวเลย หรือว่าพวกเราจะหาความสุขจากนางก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ว่าอย่างไรเล่าขอรับ” ชายหนุ่มรูปร่างเตี้ยและดูหยาบโลนคนหนึ่งพูดพลางมองเป่ยกงถังอย่างหื่นกระหาย
“เข้ามาเลยไหมเล่า” เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยล้วนเป็นพวกพร้อมท้าชนอยู่แล้ว สายตาที่คนเหล่านี้มองพวกตนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย
“ถึงกับกล้าพูดกับเทพธิดาของพวกเราด้วยคำพูดพรรค์นี้ได้ แค่นี้ก็เพียงพอให้ฆ่าพวกเจ้าตายได้แล้ว” เจ้าอ้วนชวีพูดจบก็ยกกำปั้นของตนแล้วเหวี่ยงเข้าใส่ชายลามกผู้นั้น
“ราชาวิญญาณขั้นสองหรือ ชิ คุณชายเช่นข้า… อ๊ากกก…” ชายผู้นั้นย่อมไม่เห็นเจ้าอ้วนชวีอยู่ในสายตาเลย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเพียงพริบตาเดียวเจ้าอ้วนชวีก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้วชกศีรษะเขาหมัดหนึ่ง ทำเอาเขามึนงงไปเลยทีเดียว
ไป๋อวิ๋นฉีเห็นเช่นนี้ก็รู้ว่าหากวันนี้ไม่จัดการพวกเขาเสีย พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่มีทางหนีรอด จึงเอ่ยอย่างจนใจว่า “ฉินอู่ผู้นั้นเป็นบรรพวิญญาณขั้นห้า ข้าเพิ่งเป็นขั้นสามเท่านั้น แต่ข้าพอถ่วงเวลาเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง พวกเจ้ารีบไปจัดการ