คนอื่นเสีย หลังจากนั้นค่อยมาช่วยข้า”
“บรรพวิญญาณขั้นห้าหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองฉินอู่แล้วพูดว่า “ไม่ใช่แค่บรรพวิญญาณขั้นห้าเท่านั้นหรอก ข้ายังคิดว่าอีกก้าวเดียวก็จะไปถึงระดับราชันวิญญาณแล้วกระมัง! มิฉะนั้นจะโอหังเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า”
“เจ้าเด็กบ้า!” เมื่อถูกซือหม่าโยวเย่ว์ดูหมิ่น ฉินอู่จึงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บอาวุธเข้าไป ก่อนจะหักข้อนิ้วมือทั้งสองข้างแล้วพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า “สู้กับสัตว์ประหลาดมามากมายแล้ว แต่ข้ายังไม่เคยต่อสู้กับมนุษย์ที่เป็นยอดฝีมือมาก่อนเลย จุ๊ๆ วันนี้ได้ใช้ฝึกฝีมือพอดีเลย!”
“โยวเย่ว์ เจ้าเอาชนะเขาได้อย่างนั้นหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์ คำพูดของเธอทำเอาเขาตกใจจนสะดุ้ง
“ไม่เคยสู้กับบรรพวิญญาณมาก่อนเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสัตย์จริง
แต่สู้กับสัตว์อสูรทิพย์มาไม่น้อยแล้ว
“เช่นนั้นเจ้าอยู่ระดับขั้นใดกัน” ไป๋อวิ๋นฉีถามอีก
“บรรพวิญญาณขั้นหนึ่งกระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างคลุมเครือ
ระดับขั้นสู้ฉินอู่มิได้ แต่พลังรบมิได้มีเพียงเท่านี้
“บรรพวิญญาณขั้นหนึ่งหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีตกใจกับคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ คิดไม่ถึงว่าเธอยังดูเยาว์วัย แต่พลังยุทธ์เกือบจะตามตนทันอยู่แล้ว “ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์ของเจ้าจะไม่เลวเลยจริงๆ แต่การบำเพ็ญนี้ห่างกันเพียงระดับขั้นเดียวก็อาจจะมีช่องว่างที่มิอาจข้ามผ่านได้เกิดขึ้นแล้ว ระดับขั้นของเจ้ายังสู้ข้ามิได้ และถ้าเทียบ