กับเจ้าโจรเฒ่านั่นก็ยังห่างกันถึงสี่ขั้น เจ้าไปอยู่กับพวกจือฉีจะดีกว่านะ”
เว่ยจือฉีดึงตัวไป๋อวิ๋นฉีมาแล้วพูดว่า “โยวเย่ว์อยากเล่นก็ปล่อยให้เล่นไปเถิด ท่านมาช่วยพวกเราเก็บกวาดคนพวกนี้กันก่อน หลังจากนั้นค่อยมาดูเขาเล่นก็แล้วกัน”
“แต่ว่า…”
ไป๋อวิ๋นฉียังไม่ทันได้พูด ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โจมตีเข้าใส่ฉินอู่เสียแล้ว ส่วนพวกเว่ยจือฉีก็เริ่มต่อสู้กับคนอื่นๆ
“บ้าจริง นี่มันอะไรกัน” พอเขามองซือหม่าโยวเย่ว์และฉินอู่เหินลอยไปได้ครู่หนึ่ง เมื่อหันมาก็เห็นโอวหยางเฟยและเป่ยกงถังจัดการผู้อื่นได้คนละหนึ่งคนแล้ว
ส่วนเจ้าอ้วนชวีก็โจมตีคนผู้หนึ่งเสียจนยับเยิน หมดแรงจะสู้โดยสิ้นเชิง
เห็นอยู่ชัดๆ ว่าคนเหล่านี้ดูเหมือนพลังยุทธ์จะไม่สูงส่งนัก แล้วพลังการต่อสู้ของแต่ละคนน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน
นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดหรือว่าจะเป็นการดวลพลังวิญญาณ ทุกกระบวนท่าของพวกเขาล้วนมีเป้าหมาย ไม่มีการเสียแรงเปล่าเลยแม้แต่นิดเดียว
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นผลลัพธ์จากการผ่านการฝีกฝนเป็นระยะเวลาอันยาวนาน
เห็นพวกเขาสู้กันอย่างดุเดือดเช่นนี้ เขาเองก็คันไม้คันมือ จึงพุ่งเข้าไปหาคนที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุดบ้าง
ตอนนี้พอมาดูแล้ว ดูเหมือนว่าวันนี้จะมิใช่เคราะห์ร้ายของพวกเขา แต่เป็นวันตายของพวกฉินอู่ต่างหากเล่า!
เพียงไม่นานพวกเขาก็จัดการพวกลูกสมุนสิบกว่าคนไปจนหมดโดยที่พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเลย
เมื่อเห็น