ซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แล้วมองคนทั้งสี่ที่แทบจะไม่มีโลหิตเปรอะเปื้อนเลยด้วยซ้ำ ไป๋อวิ๋นฉีก็เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้วงความฝัน
นี่มันมิได้เรียกว่าการประลองแล้ว แต่เป็นการล้างบางอย่างทารุณต่างหากเล่า!
ส่วนทางด้านซือหม่าโยวเย่ว์ ทั้งสองต่อสู้กันหลายยก ฉินอู่มิได้ดูแคลนเธอเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไปแล้ว นัยน์ตาเผยแววเคร่งเครียด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกเว่ยจือฉีปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “กรงเล็บของเจ้าถูกตัดหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่กำปั้นของเจ้าอย่างเดียวแล้วล่ะ”
ฉินอู่จึงค่อยค้นพบว่าคนของกลุ่มโอหังถูกพร่าผลาญไปจนสิ้นแล้ว พวกเว่ยจือฉีกำลังยืนดูการต่อสู้ระหว่างพวกเขาอยู่บนพื้นที่ว่าง
“เฮอะ เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้ายังบังอาจมาเปรียบกับข้า ฉินอู่ เมื่อครู่เป็นเพียงแค่อาหารเรียกน้ำย่อยของพวกเราเท่านั้น ตอนนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้สัมผัสกับความร้ายกาจของข้าเอง!” ฉินอู่พูดพลางแตะปลายนิ้วเข้าด้วยกัน ดูเหมือนกำลังจะใช้ทักษะวิญญาณแล้ว
สำหรับเขาแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ประสบความสำเร็จเช่นนี้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ย่อมต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มีไปกับการบำเพ็ญแล้ว จะต้องไม่มีเวลามาฝึกทางด้านทักษะวิญญาณสักเท่าไหร่แน่
“ใช้ทักษะวิญญาณหรือ ข้าจะได้ทดสอบพลานุภาพของเคล็ดแยกอัคคีพิโรธพอดีเลย!” เธอวางมือทั้งสองไว้ตรงหน้าอกก่อนจะพลิกอย่างรวดเร็ว