ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะฮ่าๆ และมิได้ปฏิเสธ
ในตอนที่เธอค้นพบว่าราชาสัตว์อสูรนี้เป็นสัตว์อสูรวิเศษที่มีหัวคิด ก็เกิดความสนใจในตัวมันขึ้นมา นอกจากนี้มันยังเป็นสัตว์อสูรเทพอีกด้วย ฝึกฝนจนสำเร็จเป็นสัตว์อสูรเทพภายในสถานที่อันไกลโพ้นและขาดแคลนพลังวิญญาณเช่นนี้ได้ก็แสดงว่ามันฝึกฝนได้ค่อนข้างง่าย ไปจากที่นี่แล้วไม่แน่ว่าในภายภาคหน้าอาจจะประสบความสำเร็จมากยิ่งกว่านี้อีก
นอกจากนี้ถ้าหากมีสัตว์อสูรเทพเพิ่มมากขึ้นอีกสักหน่อย เมื่อถึงเวลาที่เธอไปยังตระกูลซือหม่าก็จะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
“แต่ตอนนี้ข้ายังไม่คิดจะทำพันธสัญญากับมนุษย์หรอกนะ” ราชาสัตว์อสูรพูด “นอกจากนี้ข้ายังมีคนในเผ่าพันธุ์ข้าอยู่อีกด้วย เป็นถึงราชาของพวกเขา ข้าย่อมไม่มีทางทอดทิ้งพวกเขาได้หรอก และเจ้าก็มิอาจทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษได้มากมายถึงเพียงนั้นหรอกกระมัง”
“อืม เจ้าพูดได้ไม่ผิดเลย ตอนนี้ข้ามิอาจทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษได้มากนักหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่ถ้าหากเจ้าไปกับข้า เช่นนั้นข้าก็พาสมาชิกในเผ่าพันธุ์ของเจ้าไปด้วยได้ พาพวกเจ้าไปดูโลกภายนอกอย่างไรล่ะ”
“เจ้าพาไปได้ทั้งหมดเลยหรือ” ราชาสัตว์อสูรมองซือหม่าโยวเย่ว์ กำลังคิดว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน
“ใช่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างมั่นใจ “เจ้าเป็นราชาสัตว์อสูรได้ก็แสดงว่าพลังยุทธ์ของเจ้าจะต้องสูงส่งยิ่ง เช่นนั้นในภายภาคหน้าเจ้าก็จะต้องไปถึงระ