ดับนั้นก่อนใครในเผ่าพันธุ์ของเจ้า พอถึงตอนที่เจ้าไปแล้ว สมาชิกเผ่าพันธุ์เจ้าจะทำเช่นไรเล่า เจ้าปรารถนาจะแยกจากพวกเขาอย่างนั้นหรือ แต่ถ้าหากเจ้าไปกับข้า ข้าพาสมาชิกเผ่าพันธุ์เจ้าไปด้วยได้ พอถึงเวลาที่ไปยังโลกเบื้องบน ถ้าหากพวกเขาต้องการจะจากไปจริงๆ ข้าจะปล่อยให้พวกเขาจากไปก็ได้”
คำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้ราชาสัตว์อสูรจิตใจหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ละประเด็นที่เธอหยิบยกขึ้นมานั้นล้วนแทงใจดำมันพอดิบพอดี มันไม่อยากติดอยู่ในภูเขาไปตลอดกาล และไม่อยากแยกจากสมาชิกเผ่าพันธุ์ของตนด้วย
“แต่เจ้าทำพันธสัญญากับข้าไม่ได้นี่นา” ราชาสัตว์อสูรพูด “สัตว์อสูรวิเศษที่ไม่เคยฝึกให้เชื่องคงมิอาจทำพันธสัญญาได้กระมัง”
“ใครบอกว่าทำไม่ได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรพอดีเลย แค่ฝึกให้เชื่องก็ใช้ได้แล้วนี่”
“ข้าเป็นสัตว์อสูรเทพ นักฝึกสัตว์อสูรธรรมดาทั่วไปฝึกข้าให้เชื่องไม่ได้หรอก” ราชาสัตว์อสูรพูด
“เจ้าวิหคน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกเจ้าวิหคน้อยเสียงหนึ่ง เจ้าวิหคน้อยจึงแสดงพลานุภาพสัตว์อสูรเทพของตนออกมาในทันที
“สัตว์อสูรเทพหรือนี่!” ราชาสัตว์อสูรเพิ่งจะค้นพบว่าเจ้านกน้อยที่ดูไม่สะดุดตาบนบ่าของซือหม่าโยวเย่ว์นั้นเป็นสัตว์อสูรเทพตนหนึ่ง
“ใช่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์เติมเชื้อไฟ “เป็นอย่างไรบ้าง ทีนี้เจ้าเชื่อหรือยังเล่าว่าข้าฝึกเจ้าให้เชื่องได้”
ราชาสัตว์อสูรเงียบงันไปอีกครั้ง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงค่อยเงยหน