้าขึ้นมาแล้วถามว่า “ถ้าหากข้าติดตามเจ้าไปแล้วเจ้าจะพาสมาชิกเผ่าพันธุ์ข้าไปด้วยได้อย่างไรหรือ”
“ข้ามีสถานที่อยู่แห่งหนึ่งที่ให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ภายในนั้นได้ ข้าพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่าสภาพแวดล้อมภายในนั้นดีกว่าที่นี่ตั้งไม่รู้กี่เท่า หากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสมาชิกเผ่าพันธุ์เจ้าก็จะเพิ่มพูนพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอีก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แล้วข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร”
“ข้าให้สัตย์สาบานได้”
ราชาสัตว์อสูรมองตาซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพบว่านัยน์ตาของเธอไม่มีแววเจ้าเล่ห์อยู่เลย จึงเชื่อในคำพูดของเธอแล้วเอ่ยว่า “เอาละ ข้าจะติดตามเจ้าไปก็ได้ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”
“เจ้าวางใจเถิด!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ
จากนั้นเธอจึงให้เจ้าคำรามน้อยเปิดข่ายมนตร์ใหม่แล้วตนก็ผ่านทะลุเข้าไป ให้เจ้าคำรามน้อยและเจ้าวิหคน้อยคอยคุ้มกัน ในขณะที่ตนเริ่มต้นฝึกราชาสัตว์อสูรให้เชื่อง
“เจ้าผ่อนคลายหน่อย อย่าต้านทานข้าสิ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกมันไปพร้อมกับปลอบประโลมราชาสัตว์อสูร
พวกเป่ยกงถังประสานสายตากันคราหนึ่ง แต่ละคนล้วนอับจนคำพูดอยู่บ้าง นี่คือสัตว์อสูรเทพจริงๆ หรือ เหตุใดจึงถูกซือหม่าโยวเย่ว์ล่อลวงได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้นเล่า
ความจริงแล้วสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือหลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์ทำพันธสัญญากับเจดีย์วิญญาณแล้ววิญญาณของเธอก็มีแรงดึงดูดต่อผู้อื่นในระดับที่แตกต่างกันไป ขอเพียงแค่เธอต้องกา