สิ่งหนึ่งมิได้ก็ยังศึกษาศาสตร์อื่นๆ ได้อยู่นะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“อื้มๆ”
หลังจากนั้นซือหม่าโยวเย่ว์ก็พาพวกเขาไปยังคลังเก็บวัตถุแล้วหาเตาหลอมยาออกมาสองอัน กับเตาหลอมวัตถุหนึ่งอัน จากนั้นก็ให้พวกเขาเลือกห้องของตัวเองแล้วแยกย้ายกันไปศึกษา ส่วนตัวเองก็กลับห้องไปฝึกยุทธ์เช่นกัน
เจ้าอ้วนชวีดึงตัวเว่ยจือฉีแล้ววนไปรอบๆ หลังจากนั้นจึงกลับห้องไปศึกษาการหลอมวัตถุ
หนึ่งวันให้หลัง ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูก็เห็นว่าสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นยังคงเฝ้าอยู่ที่นั่น คงกำลังคิดว่าพวกเขาอาจจะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันกระมัง
แต่ทุกคนต่างก็มิได้รีบร้อน ฝึกยุทธ์กันไป ศึกษากันไป อยากพักผ่อนก็แค่เดินไปรอบๆ ยังไม่ต้องเป็นกังวลว่าจู่ๆ จะมีสัตว์อสูรวิเศษปรากฏตัวขึ้นมาหรือไม่ ผ่านวันเวลาไปอย่างสบายๆ
จะว่าไปตั้งแต่ทุกคนมาที่เทือกเขาสั่วเฟยย่า ก็ไม่เคยผ่อนคลายถึงเพียงนี้มาก่อนเลย
เวลาภายนอกผ่านไปสองวัน สัตว์อสูรเทพเหล่านั้นจึงจากไป พวกซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยออกมาใหม่
บางทีอาจเป็นเพราะดูดซับปราณวิญญาณภายในนั้นไปไม่น้อย หรืออาจเป็นเพราะร่างกายที่แข็งตึงมาโดยตลอดได้รับการผ่อนคลาย หลังจากพวกเขาทั้งห้าคนออกมาจากเจดีย์วิญญาณแล้วจึงทยอยกันบรรลุอีกหนึ่งระดับ ทำให้พวกเจ้าอ้วนชวีต้องอุทานกับความยอดเยี่ยม
วันเวลาต่อมา พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องหาสถานที่พักผ่อนอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งมักจะหาสัตว์อสูรวิเศษภายนอกเป็นคู่ต่อสู้ หลังจากนั้นก็กลั