เธออยู่ภายในนั้นเนิ่นนาน แต่พอออกมาข้างนอกกลับผ่านไปไม่ถึงครึ่งคืน เธอให้เจ้าคำรามน้อยเก็บกวาด หลังจากนั้นจึงบำเพ็ญอยู่ภายในถ้ำต่อไป
ยามเช้าตรู่ พวกเขาแทบจะตื่นขึ้นในเวลาเดียวกัน พอล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยจึงออกไป
วันนี้พวกเขาจะไปเสาะหาสัตว์อสูรวิเศษมาต่อสู้ด้วยเพื่อยกระดับความสามารถในการต่อสู้
อยู่ที่นี่มานานสองเดือน สัตว์อสูรวิเศษในบริเวณรอบๆ ย่อมรู้จักพวกเขากันหมดแล้ว รู้ว่าพวกเขาทั้งห้าคนมีพลังการต่อสู้อันน่าพิศวง ดังนั้นพอเห็นพวกเขาจึงพากันหลบหนีไปไกล
พวกเขาหามารอบหนึ่งก็ยังไม่เห็นว่ามีสัตว์อสูรวิเศษอยู่เลย จำใจต้องไปหายังบริเวณที่ไกลออกไป
“หากเข้าไปอีกก็จะเป็นอาณาบริเวณของสัตว์อสูรทิพย์แล้ว” โอวหยางเฟยยืนอยู่บนยอดเขา มองไปยังหุบเขาเบื้องหน้าพลางเอ่ยขึ้น
“ถึงอย่างไรข้าวของของพวกเราก็อยู่ในแหวนหมดแล้ว หากต้องการก็ไปได้ตลอดเวลา” เจ้าอ้วนชวีพูด “ในเมื่อหาสัตว์อสูรวิเศษแถวนี้มาต่อสู้กับพวกเราไม่ได้แล้ว ไม่สู้มุ่งหน้าต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลังเลอยู่บ้าง ตอนนี้มีเธอเพียงคนเดียวที่เป็นมหาปรมาจารย์วิญญาณ เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยเป็นปรมาจารย์วิญญาณขั้นเก้า ส่วนเว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวีเป็นปรมาจารย์วิญญาณขั้นแปด หากต่อกรกับสัตว์อสูรทิพย์ตัวสองตัวก็ยังพอไหว แต่ถ้าหากเจอเป็นฝูง พอถึงเวลานั้นต้องลำบากแน่นอน
แต่ถ้าหากมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อไป เป้าหมายที่พวกเขาอยากจะยกระดับพลังย