ดหลอมวิญญาณตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ รวมทั้งพลังยุทธ์ที่เพิ่มขึ้นของตน พลังจิตของเธอก็เพิ่มพูนขึ้นมาไม่น้อย ตอนนี้การฝึกสัตว์อสูรทิพย์จึงยิ่งง่ายดายขึ้นอีก
มีบางทีที่เธอให้เว่ยจือฉีมาฝึก หลังจากมาที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าแล้วเธอได้สอนเคล็ดหลอมวิญญาณส่วนแรกให้กับเว่ยจือฉีบางส่วน มิได้บอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเคล็ดหลอมวิญญาณ บอกเพียงแค่ว่าเป็นวิธีการที่ช่วยยกระดับพลังจิตได้เท่านั้น
เว่ยจือฉีฝึกฝนอย่างเคร่งครัดอยู่ทุกคืน ตอนนี้เขาก็พอฝึกสัตว์อสูรวิเศษในบรรดาสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสองได้แล้ว
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มต้นกวาดไปทั่วทั้งภูเขาอีกครั้ง ในขณะที่ยกระดับพลังยุทธ์ของตนอย่างต่อเนื่องก็ไม่ลืมที่จะเก็บสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นทั้งหมดเอาไว้ด้วย
เมื่อรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์มีสิ่งของที่เก็บสิ่งมีชีวิตได้ เห็นเธอเก็บสัตว์อสูรวิเศษตนแล้วตนเล่าเข้าไป พวกเขาจึงไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
กินผลไม้ทิพย์ ต่อสู้กับสัตว์อสูรวิเศษ ดูดซับปราณวิญญาณอันเข้มข้นในภูเขาไปทุกวัน ถึงแม้ว่าจะได้สัมผัสกับรอยต่อความเป็นความตายอยู่เป็นประจำ แต่พลังยุทธ์ของพวกเขาก็พุ่งสูงขึ้นราวกับขี่จรวดเลยทีเดียว
อีกหลายเดือนต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์ขี่เจ้าคำรามน้อยออกไปเพียงคนเดียว มายังบริเวณที่เข้ามาในเทือกเขาสั่วเฟยย่าเป็นครั้งแรก พ่อบ้านตระกูลซือหม่ากำลังรอเธออยู่ที่นั่น
คราวก่อนตอนส่งมอบยาวิเศษก็บอกเอาไว้แล้วว่าครั้งนี้ให้เขานำกรงใส่สัตว์อสูรว