ี้นับได้ว่าเป็นชั้นที่หนึ่งของเจดีย์เจ็ดชั้นกระมัง”
“อื้มๆ เดิมทีชั้นที่หนึ่งของเจดีย์เจ็ดชั้นไม่ใหญ่โตสักเท่าไหร่ แต่หลังจากผสานรวมกับข้าแล้วจึงขยายใหญ่ขึ้น” เจ้าวิญญาณน้อยพูด เขาดีดนิ้วครั้งหนึ่ง เจดีย์อันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาอย่างช้าๆ “ตอนนี้ข้าคือวิญญาณครวญของเจดีย์แห่งนี้ ดังนั้นข้าจึงควบคุมเจดีย์แห่งนี้ได้ สิ่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเจ้า เช่นนี้เจ้าจึงจะเข้าไปถึงชั้นบนๆ ทั้งหลายได้”
“จริงหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์วางเจ้าวิญญาณน้อยลงแล้วผลักประตูเดินเข้าไป ลานแรกดูมืดสลัวอยู่บ้าง น่าจะเป็นเพราะว่านี่เป็นเพียงแค่ภาพในจินตนาการของเจ้าวิญญาณน้อยเองเท่านั้น
“ด้านในสุดมีบันไดอยู่อันหนึ่ง ขึ้นไปชั้นบนได้จากตรงนั้น แต่ว่า…”
เจ้าวิญญาณน้อยยังพูดไม่ทันจบ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็วิ่งตรงขึ้นไปข้างบนเสียแล้ว ผลปรากฏว่าถูกอะไรบางอย่างขวางเอาไว้แล้วสะท้อนกลับ ทำให้เธอกระเด็นตกลงมาอย่างแรง
“โอ๊ย นั่นมันของสิ่งใดกัน เจ็บก้นเหลือเกิน!” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนพลางคลำก้นกบตนเอง
เจ้าวิญญาณน้อยเหินบินเข้ามาแล้วพูดว่า “ข้ายังพูดไม่ทันจบเลย เจ้าจะรีบอะไรหนักหนาเล่า! ชั้นที่สองนี้ยังไม่เปิด เจ้ายังขึ้นไปมิได้หรอก”
“ฮะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์มองแนวกั้นบางๆ ที่บันไดนั้นอย่างอับจนคำพูด นี่ล้อเธอเล่นหรืออย่างไร !
“ฮะอะไรกันเล่า เจ้าวิ่งเร็วขนาดนั้นของเจ้าเองนี่นา!” เจ้าวิญญาณน้อยจีบปากจีบคออย่างน่าเอ็นดู
ซือหม่าโยว