เย่ว์ดึงตัวเจ้าวิญญาณน้อยมา เขย่าตัวเขาแล้วถามว่า “เจ้าวิญญาณน้อย เจ้ามิใช่วิญญาณครวญหรอกหรือ แม้แต่เจ้าก็เปิดมิได้อย่างนั้นหรือ”
“ข้ามิใช่วิญญาณครวญดั้งเดิมเสียหน่อย” เจ้าวิญญาณน้อยพูด “ถ้าหากข้าเป็นวิญญาณครวญดั้งเดิม เจ้าอยากจะไปสักกี่ชั้นก็ไม่เป็นปัญหาหรอก แต่ข้าฝืนบุกรุกเข้ามาที่นี่ เปิดใช้งานชั้นบนๆ เหล่านั้นได้ก็ไม่เลวแล้ว อยากจะเปิดหมดทุกชั้นย่อมเป็นไปไม่ได้หรอก”
“เช่นนั้นต้องทำอย่างไรจึงจะขึ้นไปได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปาก “มีความเกี่ยวโยงกับพลังยุทธ์ของข้าอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง ฉลาดมาก!”
“เป็นเพราะพลังยุทธ์ต่ำต้อยอีกแล้ว สวรรค์เอ๋ย เจ้าให้สายฟ้าฟาดข้าตายไปเลยดีกว่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์โอดครวญ
“เปรี้ยง…”
อสนีบาตสายหนึ่งฟาดตรงลงมาบนร่างของซือหม่าโยวเย่ว์ ฟาดใส่จนร่างกายเธอดำเมี่ยมไปทั้งร่าง เส้นผมก็ม้วนหยิกไปหมดด้วย
“ฮ่าๆๆๆ…”
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเธอ เจ้าวิญญาณน้อยกับเจ้าคำรามน้อยต่างพากันหัวเราะอย่างไร้ความปรานี แม้กระทั่งหมัวซาก็อดยกมุมปากยิ้มไม่ได้เช่นกัน
“แค่กๆ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์กระแอมสองครั้งแล้วพ่นควันดำออกมา
“เจ้าวิญญาณน้อย นี่มันเรื่องอันใดกัน!”
เธอได้สติกลับคืนมา เมื่อเห็นว่าตนเองถูกสายฟ้าฟาดจนแทบจะกลายเป็นตอตะโกอยู่แล้วจึงตะคอกใส่เจ้าวิญญาณน้อย
เจ้าวิญญาณน้อยกุมท้องตัวเอง ฝืนหยุดหัวเราะแล้วพูดว่า “ฮิๆ ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าเนื่องจากที่นี่เป็นโลกที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งเ