เห็นแก่ความยากลำบากของเจ้าอ้วนชวี ซือหม่าโยวเย่ว์จึงทำกีบหมูย่างให้เขาอย่างใจดี เธอแบ่งส่วนหมูป่าตัวนั้นอย่างง่ายๆ เพื่อเป็นเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารให้กับทุกคนในระยะเวลาต่อจากนี้
ขณะที่เธอทำอาหาร เจ้าอ้วนชวีก็นั่งพักผ่อน เมื่อเธอทำเสร็จ เจ้าอ้วนชวีก็ฟื้นฟูร่างกายเรียบร้อยพอดี
“โอ้โห หอมเหลือเกิน!” เจ้าอ้วนชวีเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เตรียมของเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังย่างกีบหมูอยู่ จึงเอ่ยว่า “ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเอง คิดไม่ถึงว่าโยวเย่ว์จะทำกีบหมูย่างจริงๆ เสียด้วย! กลิ่นหอมยิ่งนัก!”
ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังใส่เครื่องปรุงอย่างสุดท้ายลงบนกีบหมู จึงเหลือบตามองเขาปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนที่บางคนกำลังออกหมัดอยู่บอกว่าเย็นนี้อยากกินมิใช่หรือ หลังจากนั้นก็ยังพูดอีกครั้งหนึ่งด้วย เห็นเจ้าอยากกินถึงเพียงนี้ ข้าก็เลยสนองให้เจ้าน่ะสิ”
“ฮ่าๆ โยวเย่ว์ เจ้าช่างล้ำเลิศนัก! ในภายหน้าผู้ใดแต่งงานกับเจ้า ช่างมีลาภปากเหลือเกิน!” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางน้ำลายไหล
“ข้าไม่มีความคิดที่จะแต่งงานกับใครเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไหล่พลางพูดว่า “รอให้ข้าทำเรื่องที่อยากทำเสร็จหมดก่อน เกรงว่าข้าก็คงขึ้นคานเสียแล้วละ”
“เจ้าช่วยพวกท่านแม่ทัพซือหม่าออกมาแล้ว ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีกหรือไม่” เจ้าอ้วนชวียื่นมือออกไปหมายจะหยิบกีบหมูที่ย่างเสร็จแล้ว แต่กลับถูกซือหม่าโยวเย่ว์ปัดมือออกไป
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์ นอกจากช่วยท่านแ