หญ่ชั่วคราวของพวกเขา
ยามกลางวันหากพวกเขามิได้ดวลกันเอง ก็เสาะหาสัตว์อสูรวิเศษเพื่อฝึกฝน ยามกลางคืนก็ทำกิจกรรมต่างๆ นานา ชีวิตของซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่กับพวกเขาได้รับการเติมเต็มเป็นอย่างยิ่ง
แต่เพราะต้นผลอสรพิษทองคำต้องการแสงจันทร์ ดังนั้นซือหม่าโยวเย่ว์จึงมักจะใช้เวลาตอนกลางคืนอยู่ข้างนอกเป็นประจำ
เพราะว่าที่นี่มีปราณวิญญาณเข้มข้น ดังนั้นหลังจากการต่อสู้ใหญ่ทุกครั้ง พวกเขาจึงใช้เวลาเพียงระยะหนึ่งมาฟื้นฟูปราณวิญญาณในร่างกายได้ และทุกครั้งล้วนได้ประโยชน์ไม่น้อย
เข้าไปในภูเขาไม่ถึงเดือน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็เลื่อนไปถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณขั้นเก้าแล้ว หลังผ่านไปหนึ่งเดือนกว่า หลังจากที่ต่อกรกับสัตว์อสูรทิพย์ตนหนึ่งแล้ว เธอก็บรรลุระดับปรมาจารย์วิญญาณ สำเร็จเป็นระดับมหาปรมาจารย์วิญญาณขั้นหนึ่ง
ยามราตรีของคืนนั้น ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังฝึกรวบรวมพื้นฐานของขั้นมหาปรมาจารย์วิญญาณ ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของสร้อยข้อมือม่านถัว จึงรีบเรียกตัวเจ้าคำรามน้อยออกมา ให้มันวางข่ายมนตร์
เมื่อวางข่ายมนตร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หมัวซาก็ปรากฏตัวขึ้นภายในถ้ำ
“เสร็จแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง
นับว่าการผสานรวมของหมัวซาในครั้งนี้หายไปนานครึ่งปีโดยไร้ซึ่งข่าวคราว เธอเป็นกังวลว่ามณีวิญญาณอาจเกิดปัญหาขึ้นระหว่างการผสานรวม ทั้งยังกังวลว่าหมัวซาจะต้านทานไหวหรือไม่ จะทำร้ายดวงวิญญาณของเขาเข้