อะไรหรอก” หมัวซาพูด
“ข้าเห็นว่าวิญญาณของท่านเลือนรางลงไปมากทีเดียว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่ดูดพลังวิญญาณไปมากโขเลยล่ะ” หมัวซาพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้มิสู้ดีนัก แต่เหตุใดเธอจึงเห็นเขามีท่าทีไม่อยากให้เธอกังวลใจอยู่ตลอดเลยเล่า
“ข้ามิได้ดูแลต้นผลอสรพิษทองคำนั่นให้ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างรู้สึกผิดอยู่บ้าง
“ข้ารู้น่า” หมัวซาเห็นต้นผลอสรพิษทองคำที่เกือบจะเหี่ยวแห้งไปอยู่ก่อนแล้ว
“เลี้ยงต้นไม้นั่นไม่กี่วันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด “นอกจากนี้ตอนนี้เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเอามันออกไปทุกวันแล้วด้วย”
“เพราะเหตุใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ก้มหน้าลงมองเจ้าวิญญาณน้อยพลางถามขึ้น
“เจ้านายโง่งม เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าตอนนี้ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปแล้วน่ะ” เจ้าวิญญาณน้อยพูดอย่างดูแคลน
“ข้าเข้ามาก็ดูเพียงว่าสถานการณ์ของพวกเจ้าทั้งคู่เป็นเช่นไรบ้างแล้ว ย่อมมิได้สังเกตหรอกว่าที่นี่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางมองไปรอบทิศก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าไม่เห็นรู้สึกเลยว่าที่นี่มีความแตกต่างอะไรกับก่อนหน้านี้”
เจ้าวิญญาณน้อยกลอกตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “เจ้าก้มหน้าลงมองสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังแล้วจึงก้มศีรษะลง ก็เห็นเงาของตนเอง เธอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าที่นี่มีท้องฟ้าสีครามปุยเมฆสีขาว ทั้งยังมีแสงตะวันเจิดจ้าอีกด้วย!