จากพื้นแล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าหมูป่าก่อนจะพลิกตัวไปด้านข้างแล้วกระโจนตัวขึ้นนั่งบนหลังของหมูป่า
ต่อยมันหมัดที่หนึ่ง
“ที่เจ้าพุ่งใส่ข้า!”
หมัดที่สอง
“ที่เจ้าคิดกระทืบข้า!”
หมัดที่สาม
“ทุบหัวหมูของเจ้า!”
หมัดที่สี่
“ต่อยฟันเจ้าให้หัก!”
หมัดที่ห้า
……
เมื่อเห็นเจ้าอ้วนชวีต่อยตีบนร่างเจ้าหมูป่าหมัดแล้วหมัดเล่า ได้ฟังเขาต่อยหมัดหนึ่งก็พูดประโยคหนึ่ง พวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งสี่คนต่างอดที่จะมุมปากกระตุกมิได้
สงสารมือของเขาเสียจริง ไม่รู้ว่าต่อยไปบนผิวหนังหนาเตอะนั้นแล้วจะเจ็บปวดมากเลยหรือไม่
“ฮึ่ม…”
หมูป่าถูกต่อยจนบาดเจ็บจึงคลั่งขึ้นมา มันบิดร่างกายไม่หยุด หมายจะสะบัดเขาลงมา
เจ้าอ้วนชวีย่อตัวลงแล้วปีนขึ้นไปบนหลังของหมูป่า ไม่ว่ามันจะขยับอย่างไรก็สะบัดเขาลงมาไม่ได้ เขายังต่อยหัวมันบ้าง ต่อยท้องมันบ้างเป็นครั้งคราวอีกด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูฉากนี้แล้วเอ่ยพึมพำว่า “เหตุใดจึงเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกขึ้นมากันนะ”
“คราวก่อนตอนที่เจ้ากับงูเหอฮวานต่อสู้กัน ก็มิได้เอากระทะก้นแบนฟาดมันอย่างเอาเป็นเอาตายหรอกหรือ” เป่ยกงถังพูด
อ้อ นึกออกแล้ว ตอนนั้นตนก็เป็นเช่นนี้ มิน่าเล่าถึงได้รู้สึกคุ้นเคยนัก
แต่บอกว่าสู้กับงูเหอฮวานก็พอแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงต้องบอกว่าหยิบกระทะก้นแบนมาด้วยเล่า!
เธอไม่รู้ว่าตอนนั้นท่าทางยามที่เธอหยิบกระทะก้นแบนมาช่วยคนนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาอย่างล้ำลึกเหลือเกิน ทำใ