“ต่อให้รังเกียจเจ้าแล้วจะทำไมเล่า” เมื่อซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีราวกับสาวน้อยขี้งอนของเขาแล้วจึงคิดที่จะแกล้งยั่วยุเขาขึ้นมา
“แล้วจะทำไมได้เล่า ตีก็ตีเจ้าไม่ชนะ จะด่าก็ด่าเจ้ามิได้ แล้วก็คงจะกัดเจ้ามิได้อีกนั่นแหละ!” เจ้าอ้วนชวีพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีเช่นนั้นของเขาจึงหัวเราะอย่างเบิกบาน
“คิดไม่ถึงว่ายาวิเศษร้อยโคจรจะส่งผลเช่นนี้ ตอนนี้ข้ารู้สึกได้ว่าร่างกายของข้าเบาสบายขึ้นมากเลยทีเดียว มิได้หนักอึ้งเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไปแล้ว” เว่ยจือฉีพูด
“แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อคืนขจัดสิ่งปฏิกูลออกมามากมายเช่นนั้น อีกทั้งยังถ่ายท้องออกมาตั้งมากมาย ไม่เบาสบายสิจึงจะเป็นเรื่องแปลก” เจ้าอ้วนชวีพูด “ใช่แล้ว พวกเจ้าเลื่อนกันกี่ระดับหรือ”
“สามระดับ”
“สามระดับ”
“สามระดับ”
ทั้งสามคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
“อะไรนะ พวกเจ้าเลื่อนกันสามระดับหมดเลยหรือ!” เจ้าอ้วนชวีร้องขึ้นมาอย่างประหลาดใจ “เหตุใดจึงมีแต่ข้าที่เลื่อนสองระดับเล่า ฮือๆ เดิมทีข้ายังคิดว่าข้าเลื่อนได้สองระดับก็ไม่เลวแล้ว แต่ความจริงแล้วข้าก็ยังเป็นคนรั้งท้ายผู้นั้นอีกอยู่ดีสินะ”
โอวหยางเฟยเดินเข้ามาตบบ่าเขาเบาๆ พลางเอ่ยอย่างจริงใจว่า “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”
หลังจากนั้นก็เดินผ่านเขาไป…
“พรืด…”
ซือหม่าโยวเย่ว์และเว่ยจือฉีต่างพากันหัวเราะ แต่ไหนแต่ไรพวกเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโอวหยางเฟยจะมีด้านนี้อยู่ด้วย
“เจ้าอ้วน ข้าว่าน่าจะเป็นเพราะยามปกติ