เจ้ากินอาหารมากมายเหลือเกิน ของเสียภายในร่างกายจึงมากเกินไป ดังนั้นจึงขัดขวางการเลื่อนระดับของเจ้า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างจริงจัง “เมื่อคืนเจ้าวิ่งไปเข้าห้องน้ำหลายครั้งที่สุดเลย แล้วตัวเจ้ายังเหม็นที่สุดอีกด้วย ดังนั้นน่ะนะ ยามปกติเจ้าต้องคุมอาหาร กินให้น้อยหน่อย เข้าใจหรือไม่”
พูดจบแล้วเธอก็หมุนกายจากไปเช่นเดียวกัน
“ข้าว่าโยวเย่ว์พูดถูกนะ” เว่ยจือฉีตบบ่าเจ้าอ้วนชวีแล้วเดินผ่านเขาไปเช่นเดียวกัน
เป่ยกงถังเดินเข้ามาด้วยแววตาเจือรอยยิ้มแล้วพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “คุมอาหาร”
หลังจากนั้นก็เดินออกไปเช่นเดียวกัน
“ไม่สนคนชอบรังแกผู้อื่นอย่างพวกเจ้าหรอก…” เจ้าอ้วนชวีถูกทุกคนรวมหัวกันแกล้ง จึงไล่ตามไปด้วยหัวใจแหลกสลาย
บนเส้นทางไปยังห้องเรียน เมื่อคนเหล่านั้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ปรากฏตัวขึ้นจึงพากันวิ่งมาดู แต่เพราะเห็นสีหน้าเย็นชาของเธอ ทุกคนจึงพากันหยุดฝีเท้าเอาไว้ ไม่มีใครเข้ามาเปิดบทสนทนาเลย
ขณะที่กำลังจะถึงห้องเรียน ในที่สุดก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งรวบรวมความกล้าตรงเข้าไปสารภาพกับเธอ
“สหายโยวเย่ว์ ข้าเตรียมของขวัญเล็กน้อยเอาไว้ให้เจ้า เจ้ารับไปสิ”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับหีบมาแล้วพูดอย่างเฉยชาว่า “ขอบใจนะ”
นักเรียนหญิงผู้นั้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ปฏิเสธของขวัญของตน จึงตื่นเต้นไม่น้อยแล้วพูดว่า “สหายโยวเย่ว์ ข้าชอบเจ้า ให้ข้าเป็นเพื่อนหญิงคนสนิทของเจ้าได้หรือไม่”
“เพื่อนหญิงคนสนิทหรือ” ซือหม่าโย