วเย่ว์คิดไม่ถึงว่านักเรียนหญิงผู้นี้จะเปิดเผยถึงเพียงนี้ เธอดึงตัวเป่ยกงถังมาแล้วหอมแก้มนางครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “แต่ข้ามีเพื่อนหญิงคนสนิทแล้วน่ะสิ ถ้าหากเจ้าอยากมาแทนที่ ก็ต้องเอาชนะนางให้ได้ก่อนนะ”
นักเรียนหญิงผู้นั้นมองเป่ยกงถังปราดหนึ่ง เมื่อเห็นนางมองตนอย่างไม่ปรานีจึงรู้สึกขนพองสยองเกล้า
ใครบ้างในวิทยาลัยที่ไม่รู้ว่าเป่ยกงถังเป็นพวกคลั่งการต่อสู้ พลังยุทธ์แข็งแกร่งทั้งยังชมชอบการต่อสู้ คนจำนวนไม่น้อยที่ไปท้านางสู้แล้วถูกนางตีจนคลานกลับมา หญิงอ่อนแอคนหนึ่งอย่างตน ทั้งยังเป็นศัตรูหัวใจ เกรงว่าคงจะถูกนางทารุณจนไม่เหลือซากกระมัง
“อะแฮ่มๆ ในเมื่อเจ้ามีเพื่อนหญิงคนสนิทอยู่แล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนพวกเจ้าแล้วดีกว่า” นักเรียนหญิงผู้นั้นพูดแล้วก็หมุนตัววิ่งหนีไป
ซือหม่าโยวเย่ว์มองผู้คนรอบๆ ปราดหนึ่งก่อนจะโอบไหล่เป่ยกงถังเดินไปยังห้องเรียน
เมื่อไปถึงห้องเรียน สายตาที่บรรดาเพื่อนร่วมชั้นมองซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังก็ไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว มิน่าเล่าเป่ยกงถังถึงได้ทำสีหน้าเย็นชาใส่ทุกคน เป็นเพียงผู้เดียวที่เดินตัวติดกับซือหม่าโยวเย่ว์ได้ ที่แท้พวกเขาก็เป็นคู่รักกันแล้วนี่เอง
เมื่อนั่งลงบนที่นั่งแล้ว เป่ยกงถังก็ปัดมือซือหม่าโยวเย่ว์ทิ้งพลางเอ่ยว่า “คราวหน้าหากให้ค่าช่วยต้องเก็บเงินแล้วนะ”
“แหะๆ เก็บเงินอะไรกันเล่า มิสู้เจ้ายอมข้า เป็นเพื่อนหญิงคนสนิทของข้าดีกว่าหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด