เขาอยากรู้เหลือเกินว่าหลังจากชำระเอ็นตัดไขกระดูกแล้วพวกเขาจะเป็นเช่นไร
พวกเป่ยกงถังพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของโอวหยางเฟย พวกเขาก็มีความสนใจใคร่รู้ต่อยาวิเศษร้อยโคจรเช่นเดียวกัน
“กระบวนการยากลำบากอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ห้ามหมดสติไปเป็นอันขาด มิฉะนั้นก็จะส่งผลกระทบถึงการออกฤทธิ์ของยาวิเศษได้” เป่ยกงถังเอ่ยเตือน
เธอจำตอนที่คนเหล่านั้นนำยาวิเศษร้อยโคจรที่มีอยู่เพียงเม็ดเดียวให้สตรีนางนั้นกินได้ นางทนรับไม่ไหวจนหมดสติไป ต่อมาได้ยินคนในตระกูลพูดกันว่ายาออกฤทธิ์กับนางได้ไม่ค่อยดีนัก
“อืม พวกเราจะระวัง” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางพยักหน้า
หลังจากนั้นในยามบ่าย พวกเว่ยจือฉีต่างก็ฝึกยุทธ์กันอยู่ภายในห้องของตัวเอง ทำให้จิตของตนอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ยามดึกสงัดไร้ซึ่งผู้คนแล้วพวกเขาจึงลืมตาขึ้นมาแทบจะพร้อมเพรียงกัน
ทั้งสี่คนเปิดประตู เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ที่มุ่งหน้ามาทางลานบ้านจึงส่งเสียงเรียก แล้วต่างคนต่างกลับไป
คืนนี้พวกเขาต้องกินยาวิเศษร้อยโคจรเพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น แต่ว่ากันว่าผู้ที่มีพลังยุทธ์แตกต่างกัน ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันด้วย ระยะเวลาที่ต้องใช้ก็ไม่เท่ากัน
ซือหม่าโยวเย่ว์รออยู่ในลานบ้าน ไม่ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากภายในห้อง จึงไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับสิ่งใดกันอยู่
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจ้าอ้วนชวีก็วิ่งออกมาจากห้องเป็นคนแรก แล้วพุ่ง