ที่เฟิงจือสิงพูดนั้นหมายถึงเพียงแค่อาณาจักรตงเฉินเท่านั้น สำหรับสถานที่อื่นๆ แล้วระดับสีเหลืองนั้นมิอาจนับเป็นอะไรได้เลย
“โดยทั่วไปแล้วเมื่อถึงระดับมหาปรมาจารย์วิญญาณก็จะฝึกฝนทักษะวิญญาณได้ คิดไม่ถึงว่าต้องไปถึงระดับราชาวิญญาณจึงจะศึกษาสิ่งนี้ได้ ดูท่าทางการศึกษามันคงจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณเป็นอย่างมาก เช่นนั้นพลังคุกคามก็คงจะแข็งแกร่งกว่าระดับขั้นเดียวกันด้วย รอให้ไปถึงระดับราชาวิญญาณก็คงทดสอบดูได้แล้วล่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บตำราเคล็ดแยกอัคคีพิโรธกลับลงไปแล้วจึงเริ่มต้นบำเพ็ญ
ระยะนี้เกิดเรื่องราวมากมายเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าวิญญาณน้อยคอยช่วยเธอในการฝึก เพื่อมิให้พัฒนาการของเธอล่าช้าลง แต่กลับมิได้มีความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่แต่อย่างใดเลย
คิดอยากจะไปช่วยพวกซือหม่าเลี่ย เธอจำเป็นจะต้องมีพลังยุทธ์มากพอ รวมทั้งมีแผนการอันแยบยลจึงจะใช้ได้
“เช่นนั้นซือหม่าหลินยังไปไม่ถึงระดับจ้าววิญญาณ แต่พลังยุทธ์ก็กล้าแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว ตระกูลซือหม่าจะต้องมีบุคคลที่ร้ายกาจกว่า ไม่แน่ว่าอาจเป็นระดับจ้าววิญญาณแล้ว นึกอยากจะช่วยพวกท่านปู่ ข้าจำเป็นต้องยกระดับตัวเองให้เร็วที่สุดจึงจะใช้ได้”
ตอนนี้เธอยังเป็นเพียงแค่ปรมาจารย์วิญญาณขั้นหกเท่านั้น เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงขอบเขตของปรมาจารย์วิญญาณขั้นเจ็ด แต่ระหว่างนั้นยังมีระดับมหาปรมาจารย์วิญญาณ ราชาวิญญาณ และบรรพวิญญาณอยู่อีก หลังจากนั้นจึงจะเป็นระดับราชันวิญญาณ