อหม่าโยวเย่ว์พูดกับหมัวซา
“ข้าจะบอกว่า ทำการผสานรวมโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงวิญญาณครวญได้ต่างหากเล่า” หมัวซาพูด
“ข้ารู้ ท่านบอกว่าได้… ท่านบอกว่าทำการผสานรวมได้อย่างนั้นหรือ!” ซือหม่าโยวเย่ว์เพิ่งได้สติกลับคืนมา จึงหันหน้ามามองหมัวซาด้วยสองตาเปล่งประกาย
หมัวซาพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ทำได้ เพียงแต่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนานยิ่งขึ้น”
“จริงหรือ ฮ่าๆ ต้องใช้เวลานานก็ไม่เป็นไรหรอก!” ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะเสียงดังลั่น “ขอเพียงแค่ผสานรวมได้โดยไม่ทำร้ายเจ้าวิญญาณน้อย จะใช้เวลามากน้อยเพียงใดล้วนมิใช่ปัญหาเลย”
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ หมัวซาก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่ตัวเขาคนก่อนแล้ว ระยะหลังมานี้ เขายังใส่ใจความคิดของคนผู้หนึ่งเป็นด้วย คอยคิดว่าทำเช่นนี้แล้วผู้อื่นจะเบิกบานใจหรือไม่…
ซือหม่าโยวเย่ว์ก้าวเข้าไปข้างหน้าหมายจะตบบ่าเขา แต่มือกลับทะลุผ่านร่างกายเขาไป
“แค่กๆ มัวแต่ตื่นเต้นดีใจจนลืมไปเสียแล้วว่าท่านไม่มีร่างกาย” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บมือของตนกลับมาแล้วพูดว่า “ในเมื่อทำได้ เช่นนั้นจะต้องเตรียมสิ่งใดบ้าง แล้วข้าจะต้องทำอะไร”
“เจ้ามันไร้ประโยชน์สิ้นดี จะต้องให้เจ้าทำอะไรด้วยหรือ” หมัวซาพูด “ข้าจัดการเองได้น่า แค่ระยะนี้เจ้าจะมิอาจใช้มณีวิญญาณได้เท่านั้นเอง”
“…”
ความรู้สึกตื่นเต้นของซือหม่าโยวเย่ว์เมื่อครู่มิอาจบดบังความชิงชังที่เธอมีต่อหมัวซาในยามนี้ได้เลย จำเป็นต้องดูแคลนเธออย่างหนักถึงเพียงนี