วเย่ว์กับพวกเว่ยจือฉีเจ้าอ้วนชวี หลังจากนั้นตนจึงออกไปครู่หนึ่ง
เขาจะต้องรายงานเรื่องในวันนี้ให้ท่านประธานสมาคมทราบสักหน่อย เดิมทีเขาเพียงแค่คิดง่ายๆ ว่าจะช่วยเหลือตระกูลซือหม่าสักหน่อยเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะต่อรองอย่างใหญ่โตว่าจะร่วมมือกับพวกเขา ซึ่งหมายถึงว่าเขาให้ผลประโยชน์กับซือหม่าโยวเย่ว์ได้มากกว่านี้ แต่ก็ต้องรายงานท่านประธานสมาคมสักหน่อย
ภายในโถงรับแขก พวกเจ้าอ้วนชวียังคงจมดิ่งอยู่กับเรื่องกระทบใจเมื่อครู่ ยังมิได้สติกลับคืนมา สายตาที่แต่ละคนมองซือหม่าโยวเย่ว์นั้นราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดเลยทีเดียว แม้กระทั่งแววตาของเป่ยกงถัที่เคยพบเห็นผู้มีพรสวรรค์มาไม่น้อยก็มิได้แตกต่างจากพวกเจ้าอ้วนชวีเลย
“โยวเย่ว์ ที่แท้แล้วเจ้ายังมีเรื่องอีกมากมายเพียงใดที่ไม่ยอมให้พวกเรารู้กันแน่!” เจ้าอ้วนชวีบ่นพึมพำ
“แค่กๆ…” ซือหม่าโยวเย่ว์กระแอมกระไอแล้วพูดในใจว่าความลับของตนยังมีอีกไม่น้อยเลยจริงๆ
“โยวเย่ว์ เจ้าสำเร็จเป็นปรมาจารย์ฝึกสัตว์อสูรตั้่งแต่เมื่อใดกัน” โอวหยางเฟยถามอย่างใคร่รู้
“คราวก่อนตอนกลับมาจากเทือกเขาผู่สั่ว ที่ข้าแยกจากพวกเจ้าก็กลับมาฝึกสัตว์อสูรวิเศษในเทือกเขานั่นแหละ ตอนนั้นรู้ว่าอาจเกิดเรื่องกับตระกูลซือหม่า จึงอยากจะยกระดับพลังยุทธ์ของพวกเราสักหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อยเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา”
“เจ้าจะบอกว่าเจ้าสำเร็จเป็นปรมาจาร