“เอาล่ะ ถ้าหากเจ้าฝึกสัตว์อสูรทิพย์ให้เชื่องได้จริงๆ เช่นนั้นพวกเราจะจัดการเรื่องสัตว์อสูรวิเศษและนักฝึกสัตว์อสูรของตระกูลซือหม่าในระยะนี้ให้ นอกจากนี้จะไม่คิดค่าใช้จ่ายกับพวกเจ้าอีกด้วย” รองประธานสมาคมพูด “ถ้าหากเจ้าไม่อาจฝึกสัตว์อสูรวิเศษได้ เช่นนั้นพวกเราสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรก็ยังจะช่วยอยู่ดี เพียงแต่จะเก็บค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง”
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “แต่ข้ามีคำขอเล็กๆ น้อยๆ อย่างหนึ่ง”
“เจ้าว่ามาได้เลย”
“ข้าจะฝึกสัตว์อสูรในที่สาธารณะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ฝึกสัตว์อสูรในที่สาธารณะอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว จะให้ดีต้องเป็นสถานที่ที่มีคนจำนวนมากๆ อย่างเช่นจัตุรัสอะไรทำนองนี้จะเป็นการดีที่สุด” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยตอบ
รองประธานสมาคมคิดดูก็รู้ความคิดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้ว ถ้าหากเธอฝึกสัตว์อสูรทิพย์ให้เชื่องท่ามกลางผู้คนจำนวนมากได้ เช่นนั้นสถานะในอาณาจักรตงเฉินของเธอก็จะพุ่งทะยานสูงขึ้นในทันใด ผู้คนที่คิดร้ายต่อตระกูลซือหม่าเหล่านั้นย่อมต้องร่นถอยไป นอกจากนี้เธอยังอาศัยชื่อเสียงของตนเองดึงดูดเหล่าปรมาจารย์วิญญาณพเนจรได้อีกด้วย
“เช่นนั้นข้าจะให้คนไปจัดการสักครู่ อีกประเดี๋ยวพวกเราไปฝึกสัตว์อสูรที่จัตุรัสกลางเมืองหลวงกัน!”
ระหว่างที่คนเหล่านั้นไปเตรียมการ รองประธานสมาคมก็พาซือหม่าโยวเย่ว์ดูสัตว์อสูรทิพย์ที่เพิ่งมาถึง
อสูรหมีดินขั้นสองตนหนึ่งถูกขังอยู่ภายในกรง เมื่อเห็นว่ามีคนมา นัยน์