ตาก็มีแววดุร้ายวาบผ่าน
“สัตว์อสูรทิพย์ขั้นสองหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเพียงปราดเดียวก็รู้ระดับขั้นของอสูรหมีดินแล้วเอ่ยถามขึ้น
“พลังจิตของอสูรหมีดินตนนี้ค่อนข้างแกร่งกล้า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นขั้นสอง แต่ระดับความยากก็ไม่น้อยไปกว่าสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสามตนอื่นๆ เลย” รองประธานสมาคมพูด
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์มองอสูรหมีดินที่กระสับกระส่ายไม่หยุดภายในกรงอย่างไม่เป็นกังวลถึงผลลัพธ์ในตอนท้ายเลยแม้แต่น้อย
ขณะนี้เอง เด็กรับใช้สองคนก็เดินเข้ามาแล้วคารวะรองประธานสมาคมก่อนจะเอ่ย่า “ท่านรองประธานสมาคม พวกเรามานำตัวสัตว์อสูรวิเศษไปแล้วขอรับ”
รองประธานสมาคมพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ไปเถิด ระวังด้วยล่ะ”
“ขอรับ”
สองคนนั้นเดินเข้ามายกกรงออกไป ถึงแม้จะเป็นร่างจำแลง แต่ก็มิอาจมองข้ามขนาดตัวของอสูรหมีดินไปได้โดยง่าย
“พวกเราก็ไปกันดีกว่า” รองประธานสมาคมพูดจบแล้วเดินนำออกไป
ซือหม่าโยวเย่ว์ก้าวเท้าจะตามไป แต่ถูกเว่ยจือฉีรั้งเอาไว้
“เป็นอะไรไปหรือ” เธอมองเว่ยจือฉีอย่างไม่เข้าใจ
เว่ยจือฉีดึงตัวนางไว้พลางเอ่ยเสียงเบา “โยวเย่ว์ เจ้าทำให้อสูรหมีดินเชื่องได้จริงๆ หรือ นี่มันสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสองเชียวนะ ถ้าหากทำให้มันเชื่องมิได้ เจ้าจะได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อนกลับเอานะ”
“เจ้าวางใจเถิด ข้าเคยทำเรื่องที่ไม่มั่นใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับรองประธานสมาคม
เว่ยจือฉีมองเงาหลังของซือ