หม่าโยวเย่ว์แล้วถอนหายใจก่อนจะเดินตามไป
ถึงแม้เขาจะรู้ว่านางมั่นใจในตัวเองมาโดยตลอด พูดได้ก็ทำได้ แต่เขาก็ยังลังเลที่จะเชื่อว่านางเป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้วอยู่บ้าง
ขณะที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปถึงจัตุรัส ที่นั่นก็มีผู้คนแน่นขนัดแล้ว ห้อมล้อมทั่วทั้งจัตุรัสจนแม้แต่หยดน้ำก็ยังไหลผ่านไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าจะมีคนฝึกสัตว์อสูรท่ามกลางสาธารณชน ทุกคนจึงพากันวิ่งมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
สือมั่วลี่และน่าหลานหลานก็ผ่านมาทางจัตุรัสพอดี เมื่อได้ยินว่าคนของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรจะมาฝึกสัตว์อสูร จึงลงมาจากรถม้าของตนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายแล้วมาที่กลางจัตุรัส อยากจะดูสักหน่อยว่าที่แท้เป็นใครกันที่ทำเช่นนี้
“หลีกทาง” ทหารยามคนหนึ่งเปิดทางอยู่หน้าพวกรองประธานสมาคม เมื่อทุกคนเห็นว่าเป็นคนของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร จึงเปิดเส้นทางให้อย่างรู้ตัว
ถึงแม้ว่ายามปกติรองประธานสมาคมผู้นี้จะรักสันโดษ แต่คนเมืองหลวงส่วนใหญ่ล้วนรู้จักเขากันทั้งสิ้น เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ที่ตามมาด้านหลังเขา ผู้คนไม่น้อยต่างพากันสงสัย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร
รองประธานสมาคมพาตัวซือหม่าโยวเย่ว์มายังกลางจัตุรัส ที่นั่นมีกรงใส่อสูรหมีดินวางอยู่
“ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง” รองประธานสมาคมถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูผู้คนรอบๆ ปราดหนึ่ง ไม่เลว คนของขุมอำนาจจำนวนมากล้วนมากันทั้งสิ้น นอกจากนี้คนของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรยังรวดเร็วกันเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ดึงดู