ซือหม่าโยวเย่ว์เพิ่งวิ่งออกมาจากวิทยาลัยก็เห็นทหารยามคนหนึ่งของจวนแม่ทัพขวางเอาไว้
“คุณชายห้า ท่านแม่ทัพให้ท่านออกไปจากเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลยขอรับ นี่คือสิ่งของที่มอบให้กับท่าน…”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นแหวนเก็บวัตถุในมือทหารยามแล้วยื่นมือไปรับมา ก่อนจะหมุนกายวิ่งตรงไปยังจวนแม่ทัพ
“คุณชาย… เฮ้!” ทหารยามผู้นั้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์วิ่งตรงไปยังจวนแม่ทัพ จึงรีบตามไปในทันที
เว่ยจือฉี เป่ยกงถัง และโอวหยางเฟยได้ยินความเคลื่อนไหวข้างนอกจึงรีบออกมาดู ก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์กับเจ้าอ้วนชวีวิ่งออกไป จึงรีบตามไปติดๆ
เจ้าอ้วนชวีตามออกไป แต่เมื่อไปถึงด้านนอกเรือนพักก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของซือหม่าโยวเย่ว์เลย
“เจ้าอ้วน เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ” พวกเว่ยจือฉีดึงเจ้าอ้วนชวีเอาไว้พลางเอ่ยถาม
“เกิดเรื่องใหญ่ที่จวนแม่ทัพน่ะสิ!” เจ้าอ้วนชวีทุบต้นขาพลางพูดขึ้น
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ” เป่ยกงถังถาม
“ปัง…”
แรงกระแทกอันรุนแรงทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปด้วย
“นี่มัน…การต่อสู้ระหว่างราชันวิญญาณนี่นา!” โอวหยางเฟยมองไปยังทิศทางของการต่อสู้อย่างตื่นตกใจ
เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างเป็นกังวล “ไม่รู้ว่าราชันวิญญาณสามคนโผล่มาจากที่ใด ทั้งยังมีบรรพวิญญาณกับราชาวิญญาณด้วย พากันมาก่อเรื่องที่จวนแม่ทัพ ตอนนี้คนหนึ่งในนั้นกำลังต่อสู้กับท่านแม่ทัพอยู่!”
“อะไรนะ! เช่นนั้นโยวเย่ว์วิ่งเข้าไปเช่นนี้ก็มิได้อันตรายอย่างยิ่งเลยหรือ” เว่ยจือฉีพูดอย่างเป็