นกังวล
“ใช่แล้ว ข้าตามนางมาติดๆ แต่เพียงพริบตาเดียวก็ไม่เห็นนางเสียแล้ว!” เจ้าอ้วนชวีพูด
“พวกเราไปดูกันหน่อยดีกว่า” เป่ยกงถังพูดแล้ววิ่งนำไปยังประตูวิทยาลัย
มีนักเรียนจำนวนมากพอสมควรออกันที่บริเวณประตูวิทยาลัยอยู่ก่อนแล้ว ทำเอาบริเวณประตูแน่นขนัดจนไร้ช่องว่าง
ประตูใหญ่ปิดสนิท ผู้อำนวยการสอนคนใหม่ยืนอยู่ตรงที่สูงพลางพูดกับนักเรียนที่อยู่เบื้องล่างว่า “ตอนนี้ข้างนอกอันตรายเป็นอย่างยิ่ง วิทยาลัยจึงตัดสินใจปิดผนึกประตูและเริ่มใช้ค่ายกลอภิบาล ไม่มีนักเรียนคนใดได้รับอนุญาตให้ออกไปทั้งสิ้น! เปิดค่ายกล”
เขาเพิ่งเอ่ยวาจาออกไป ลำแสงสีฟ้าอ่อนสายหนึ่งก็ค่อยๆ ห่อหุ้มทั่วทั้งวิทยาลัยเอาไว้อย่างช้าๆ คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า
“จะทำเช่นไรกันดีเล่า โยวเย่ว์ยังอยู่ข้างนอกเลยนะ!” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างร้อนใจ
“เมื่อเปิดค่ายกลอภิบาลแล้ว นอกจากการปิดค่ายกลก็มิอาจเข้าออกได้ ตอนนี้คงได้แต่รออยู่ที่นี่แล้วล่ะ” เว่ยจือฉีพูด
เป่ยกงถังมองเงาร่างคนที่ต่อสู้กันอยู่กลางอากาศแล้วเอ่ยพึมพำว่า “ขออย่าได้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเจ้าเลย…”
ที่กลางอากาศ ซือหม่าเลี่ยมองซือหม่าข่าย สองมือวางอยู่บนหน้าอก ปลายนิ้วประกบกันอย่างรวดเร็ว ปราณวิญญาณธาตุไฟบริเวณรอบๆ รวมตัวกันขึ้นมาตามการเคลื่อนไหวของเขาแล้วก่อตัวขึ้นมาเป็นดาบเปลวอัคคีเล่มหนึ่ง
“เคล็ดแยกอัคคีพิโรธ…”
ดาบเปลวอัคคียาวสามเมตรฟาดฟันเข้าใส่ซือหม่าข่าย
“คิดไม่ถึงว่าเคล็ดแยกอั