าเธอไม่อยากรู้สถานะของตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้เธอถวิลหาความอบอุ่นของตระกูลซือหม่าเสียแล้ว
เธอเชื่อว่าจะต้องมีวันที่เธอได้รู้ความจริงนั้นอย่างแน่นอน ถ้าหากจังหวะเวลามาถึง พวกซือหม่าเลี่ยจะต้องบอกตนแน่
เมื่อจัดระเบียบความคิดเรียบร้อยแล้วซือหม่าโยวเย่ว์จึงถอนหายใจยาวก่อนกลับไปยังเรือนพัก
เพราะอีกประเดี๋ยวก็จะเข้าสู่การศึกษาในภาคเรียนต่อไปแล้ว ดังนั้นพวกเว่ยจือฉีจึงเตรียมตัวสำหรับบทเรียนวันพรุ่งนี้อยู่ในห้องของตนเอง
เธอกลับไปยังห้องตนเองแล้วหยิบตำราที่เฟิงจือสิงให้เธอออกมาวางบนโต๊ะ
“ปรมาจารย์ค่ายกล…” เธอยื่นมือไปลูบปกหนังสือ จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกว่าเหนือความคาดหมายอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเคยคิดว่าหากมีโอกาสจะไปศึกษาเรื่องค่ายกลสักหน่อย แต่เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้มีโอกาสน้อยนิดเพียงใด คิดไม่ถึงว่าเฟิงจือสิงจะเป็นปรมาจารย์ค่ายกล ทำให้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าตนในทันใด
“หยั่งรู้ห้วงมิติ สิ่งนี้จะหยั่งรู้ได้อย่างไรกัน” เธอมองไปรอบด้านก็ยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษเลย แล้วจะหยั่งรู้ได้อย่างไรกัน
“อาจารย์พ่อถึงขนาดผนึกห้วงมิติขนาดใหญ่ครึ่งห้องได้ ช่างร้ายกาจเสียจริง ไม่รู้ว่าความสามารถที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไรเลย”
“โคจรมิติ ปิดผนึกมิติ สองสิ่งนี้แม้แต่อาจารย์พ่อก็ยังทำมิได้ จะต้องยิ่งยากเข้าไปใหญ่แน่ ถ้าหากทำเป็นจะต้องล้ำเลิศมากอย่างแน่นอน
“เอาละ ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่อง