พวกนี้เลย มาอ่านตำราให้ดีๆ เสียก่อนดีกว่า หยั่งรู้ว่าที่แท้แล้วห้วงมิติที่อาจารย์พ่อว่านั้นเป็นเช่นไร…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้เวลาบ่ายวันหนึ่งไปกับการอ่านตำราและการหยั่งรู้ แต่เมื่อตกกลางคืน เธอก็ยังคงหาเหตุผลไม่ได้อยู่ดี
แต่เธอก็มิได้สิ้นหวัง ถ้าหากหยั่งรู้ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นปรมาจารย์ค่ายกลก็คงจะมิได้หายากไปกว่านักหลอมยาหรอก
วันต่อมาเริ่มต้นเข้าเรียน ดูเหมือนว่าชีวิตของทุกคนจะกลับสู่ความสงบเงียบเช่นก่อนหน้านี้ ทุกวันล้วนมีแต่การเข้าเรียน การเรียน และการฝึกยุทธ์ เนื่องจากพวกเว่ยจือฉีมีตัวประหลาดอย่างซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้คอยกระตุ้นไม่หยุดหย่อน ดังนั้นจึงมีความพยายามมากยิ่งกว่าคนอื่นๆ เพื่อให้ตามเธอได้ทัน ไม่ถูกเธอทิ้งเอาไว้ห่างไกลมากนัก
ระยะเวลาครึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่ายุ่งวุ่นวายมากขึ้นทุกวัน แต่ต่อมาเธอก็ค้นพบว่าตนเองหยั่งรู้ห้วงมิติในขณะที่ตนฟื้นฟูวิญญาณตอนกลางคืนได้ สิ่งนี้ช่วยให้เธอประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล
ยามราตรี ซือหม่าโยวเย่ว์และหมัวซานั่งประจันหน้ากันที่คนละฝั่งของต้นผลอสรพิษทองคำ แสงจันทร์สาดส่องบนต้นไม้ แผ่ไอสีขาวราวน้ำนมออกมา
นี่คือเรื่องที่ทั้งสองคนทำกันอยู่เป็นประจำในตอนกลางคืน เพราะการทำพันธสัญญาจึงก่อให้เกิดความเชื่อมั่นอันไร้รูปร่างระหว่างกันขึ้นมา เชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายย่อมไม่มีทางทำร้ายตน ดังนั้นจึงเข้าสู่การบำเพ็ญได้อย่างวางใจ
คืนนี้