ผ่านไปไม่กี่วันก็มาถึงวันเริ่มเข้าชั้นเรียนแล้ว
ในเมื่อล้มเลิกการต่อสู้กับตระกูลน่าหลาน ซือหม่าโยวเย่ว์จึงกลับมายังวิทยาลัย เพียงแค่กำหนดวันให้คนมารับยาวิเศษ
เมื่อกลับมาถึงเรือนพัก ซือหม่าโยวเย่ว์ก็เห็นคนทั้งสี่ยืนอยู่ในลานบ้าน
“อะแฮ่มๆ พวกเจ้ามาทำอะไรกันอยู่ที่นี่น่ะ” เมื่อเห็นพวกเป่ยกงถังแต่ละคนมีสีหน้าถมึงทึงราวกับผู้พิพากษา เธอจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“บอกมาสิว่าจะให้พวกเราเค้นข้อมูล หรือเจ้าจะสารภาพความจริงออกมาเอง” เว่ยจือฉีพูด
“สารภาพอะไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์กะพริบตาปริบๆ
“เจ้าสำเร็จเป็นนักหลอมยาตั้งแต่เมื่อใดกัน พวกเราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเจ้ายังไม่เคยค้นพบเลย ถ้าหากมิใช่เพราะเรื่องที่งานเลี้ยงในคราวนี้ เกรงว่าพวกเราก็คงยังไม่รู้ว่าในหมู่พวกเรามีนักหลอมยาขั้นสองอยู่คนหนึ่งด้วย” เป่ยกงถังพูด
เจ้าอ้วนชวีมายังข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์แล้วตบบ่าเธอพลางเอ่ยว่า “โยวเย่ว์เอ๋ย คราวนี้มิใช่ว่าข้าไม่ช่วยเจ้าหรอกนะ แต่ข้าคิดว่าหากเจ้าไม่ยอมสารภาพความจริง พวกเขาย่อมไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”
“มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วน่ะ หลังจากที่เริ่มฝึกยุทธ์ได้เมื่อปีที่แล้วก็ได้สัมผัสกับการหลอมยาเข้าโดยบังเอิญ หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ทำเป็นขึ้นมา” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูก “อันที่จริงก็ไม่มีอะไรเสียหน่อย พวกเจ้ามีงานยุ่งกันอยู่ทุกวัน ดังนั้นจึงมิได้สังเกตเห็นข้าน่ะสิ”
“ไม่ว่าอย่างไร เรื่องที่เจ้าปิดบังพวกเราก็