เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอาเตาหลอมยาออกมาจริงๆ ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็เชื่อว่าเธอเป็นนักหลอมยาจริง แต่พวกน่าหลานเหอกับสือมั่วลี่กลับรู้สึกว่านี่เป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอเตรียมการเอาไว้ก่อนเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น
วั่นอู๋เฟิงโบกมือ องครักษ์ด้านข้างก็ยกโต๊ะตัวหนึ่งเข้ามากลางตำหนักใหญ่ในทันที
ขณะนี้เองน่าหลานหลานและมู่หรงอานก็เดินตามกันกลับเข้ามาจากข้างนอก เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์กับเตาหลอมยา ต่างพากันสงสัยไม่น้อย
เมื่อสือมั่วลี่เห็นทั้งสองคนกลับมาในเวลาไล่เลี่ยกันจึงมองค้อนเขาอย่างแรงทีหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังมิใช่เวลามาถามพวกเขา เธอเคลื่อนสายตากลับไปมองบนร่างของซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ตบโต๊ะก่อนจะโบกมือ จัดวางเครื่องยาจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะ
น่าหลานหลานได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนโดยรอบจึงรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์กำลังจะหลอมยา จึงประหลาดใจไม่น้อยขึ้นมาในทันใด
เขามิใช่คนไร้ค่าหรอกหรือ จะกลายเป็นนักหลอมยาไปได้อย่างไรกัน!
นางยังไม่ทันถามคนข้างๆ ก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ใส่ฟืนจำนวนหนึ่งเข้าไปด้านล่างของเตาหลอมยา หลังจากนั้นจึงรวบรวมปราณวิญญาณออกมาปะทะเข้ากับไม้ฟืน ทำให้เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมา
นี่คือวิธีการที่ซือหม่าโยวเย่ว์พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้พลังวิญญาณควบคุมเปลวเพลิง ทำให้ควบคุมขนาดเปลวเพลิงได้ดังใจตลอดเวลา
เมื่อเห็นว่าซือหม่าโยวเย่ว์ใช้พลังวิญญาณได้จริงๆ ทุกคนจึงเชื่อว่าเธอฝึกยุทธ์ได้แล้วจริ