อทำความเคารพซือหม่าเลี่ยครั้งหนึ่งแล้วอาศัยจังหวะที่ทุกคนมิได้สนใจออกไปจากตำหนักใหญ่อย่างเงียบๆ
ระยะเวลางานเลี้ยงยาวนานยิ่ง ดังนั้นจึงอาจจะมีคนลุกออกมาสูดอากาศบ้างเป็นระยะๆ อยู่แล้ว การที่ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาย่อมมิได้ไปดึงดูดความสนใจของใครเข้า
“ช่างน่าเบื่อเสียจริง ไม่รู้ว่าจะกลับก่อนได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์เดินอยู่ในวังตามลำพัง เมื่อเห็นว่าตระกูลน่าหลานไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เธอจึงมีความรู้สึกนั่งไม่ติดที่และอยากกลับบ้าน
ได้ยินซือหม่าโยวเล่อพูดว่าทางด้านนี้มีบ่อเก็บน้ำอยู่แห่งหนึ่ง เธอจึงเดินมาทางนี้ตามความรู้สึก ยังเดินไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงสนทนาโต้ตอบ เมื่อฟังออกว่าเป็นใคร ในใจเธอก็มีความสุขอย่างยิ่ง เงาร่างหายลับเข้าไปในภูเขาจำลองด้านข้าง
เธอนึกขึ้นมาได้ว่าหินเสียงก้อนนั้นยังอยู่กับตัวจึงหยิบมันออกมาแล้วใส่พลังวิญญาณเข้าไปในนั้น ลวดลายบนหินเสียงเริ่มโคจร เป็นสัญญาณว่ามันเริ่มบันทึกเสียงในบริเวณรอบๆ แล้ว
“มู่หรงอาน นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร” น่าหลานหลานมองมู่หรงอานทั้งน้ำตา ท่าทางน่าสงสารจับใจนั้นทำให้มู่หรงอานกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
น่าหลานหลานผู้นี้มีรูปโฉมงดงามอย่างแท้จริง ทั้งยังทำให้คนสงสารจากหัวใจ น่าเสียดายที่ตอนนี้นางไม่มีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว หรือพูดได้ว่านางไม่มีประโยชน์ต่อเขามากเท่ากับสือมั่วลี่
แต่เมื่อเนื้อชิ้นโตถูกส่งมาให้ถึงที่แล้วใครจะไม่อยากกัดกินสักค