ำสองคำบ้างเล่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโฉมงามเช่นนี้เลย
ถ้าหากรับการบ่มเพาะจากสมาคมนักหลอมยาไปพร้อมๆ กับได้รับการสนับสนุนจากตระกูลน่าหลาน เช่นนั้นอนาคตของเขาก็คงจะราบรื่นไม่น้อยเลย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของเขาก็กลับมาอ่อนโยนเช่นเมื่อก่อน เขาก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วดึงมือน่าหลานหลานพลางเอ่ยว่า “เด็กโง่ ข้าจะหมายความว่าอย่างไรได้เล่า หัวใจของข้าอยู่กับเจ้าเสมอ ตอนนี้ในใจของข้าคิดถึงเพียงเจ้าอยู่ตลอดเวลา”
“เช่นนั้นระหว่างเจ้ากับสือมั่วลี่นั่นมันเรื่องอันใดกัน พวกเจ้าไปอยู่ด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งยังจะแต่งงานกันอีกด้วย เช่นนั้นระหว่างพวกเราคืออะไรกันเล่า!” น่าหลานหลานรักมู่หรงอานด้วยใจจริง เมื่อเห็นเขาอ่อนโยนกับตนเช่นเคยจึงใจอ่อนลงมาบ้าง แต่เมื่อนึกถึงท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างเขากับสือมั่วลี่ก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง
มู่หรงอานออกแรงดึง น่าหลานหลานจึงตรงเข้าสู่อ้อมอกของเขา
“ข้ากับนางก็แค่เล่นละครไปอย่างนั้นเอง” มู่หรงอานจุมพิตหน้าผากน่าหลานหลานแล้วพูดว่า “เจ้าก็รู้นี่ บิดาของนางคือปรมาจารย์ศิลาสือเหล่ย ถ้าหากข้าติดตามเขาเพื่อศึกษาการหลอมยาได้ เช่นนั้นอนาคตของข้าก็จะไร้ซึ่งขีดจำกัด แต่เจ้ารู้ไหมว่าสือเหล่ยผู้นั้นเป็นคนเช่นไร การเข้าใกล้เขานั้นไม่ง่ายเลย ถ้าหากข้าไม่ใช้คนที่มีอิทธิพลต่อเขา เขาย่อมไม่มีทางเห็นข้าอยู่ในสายตา ดังนั้นจึงคิดหาวิธีเข้าใกล้นาง ทว่าข้าไม่มีความรู้สึกต่อนางเลย