้าไปถึงขั้นหารือเรื่องงานแต่งงานกันแล้วหรอกหรือ เจ้าคิดว่าเมื่อไหร่จึงจะเชิญพวกเราไปดื่มสุรามงคลกันเสียทีเล่า”
ร่างกายมู่หรงอานสั่นสะท้าน จากนั้นก็เห็นหญิงสาวผู้นั้นบันดาลโทสะใส่เขาจนถูกสือเหล่ยดุคำหนึ่ง พวกเขาจึงเดินมุ่งหน้าต่อไปได้
หลังจากที่คนของสมาคมนักหลอมยาหายลับเข้าไปในประตูวังแล้ว ซือหม่าโยวเล่อจึงค่อยหัวเราะฮ่าๆ เสียงดังขึ้นมา
“น้องห้า เมื่อครู่เจ้าช่างร้ายกาจจริงๆ แค่ไม่กี่ประโยคก็ทำให้สมาคมนักหลอมยายอมจำนนเสียแล้ว เจ้าดูอู๋หลินกับสือเหล่ยนั่นสิ สีหน้าย่ำแย่ราวกับก้อนหินในบ่อเก็บมูลเลยทีเดียว”
พี่ชายอีกสามคนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน แต่มิได้มากจนเกินจริงเหมือนกับซือหม่าโยวเล่อ
เพราะซือหม่าเลี่ย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลซือหม่ากับสมาคมนักหลอมยาไม่ดีมาโดยตลอด ทุกครั้งที่พบพวกเขาก็จะต้องถูกหัวเราะเยาะเย้ยอยู่เสมอ วันนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ทำเช่นนี้จึงทำให้ทุกคนสุขใจเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้านี่ช่างซุกซนเสียจริง” ซือหม่าโยวหรานตบบ่าซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “พวกเราเข้าไปกันดีกว่า”
“ฮ่าๆ พวกเราเข้าไปกันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะ
“คุณชายห้า ช้าก่อนขอรับ” หัวหน้ากองผู้นั้นเดินเข้ามาแล้วประสานมือคำนับซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “ขอบคุณคุณชายห้ามากนะขอรับที่ช่วยเหลือข้าเมื่อครู่”
ซือหม่าโยวเย่ว์โบกมือพลางพูดว่า “ข้าก็มิได้มีเจตนาจะช่วยท่านหรอก เพียงแต่เห็นคนพวกนั้นแล้วรำคาญสายตาเท่านั้นเอง