รอบๆ เอง”
“ก่อนจะไปเดินเล่นข้าขอไป เออ… ไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน” เจ้าอ้วนชวีนึกขึ้นมาได้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง คำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วจึงเปลี่ยนแปลงไป
“เฮ้อ…” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเจ้าอ้วนชวีจึงหัวเราะออกมาในทันใดแล้วยื่นมือมาคล้องคอของเขาพลางพูดว่า “ไปเถิด ข้าพาเจ้าไปบุ๋งๆ เอง”
เมื่อจัดการธุระจำเป็นทางร่างกายเรียบร้อยแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงพาเจ้าอ้วนชวีไปเดินชมภายในจวนแม่ทัพ เมื่อเห็นบริเวณบ้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เจ้าอ้วนชวีก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง เขายังคิดว่าจวนแม่ทัพจะหรูหราตระการตาเสียอีก
ซือหม่าโยวเย่ว์พาเขาไปนั่งในศาลาพักร้อนหลังหนึ่งแล้วให้คนส่งของว่างมา ทั้งสองคนกินของว่างไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์ อีกไม่กี่วันจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของฝ่าบาท เจ้าจะไปหรือไม่”
“เจ้าก็รู้เรื่องนี้ด้วยหรือ”
“อืม พี่ชายข้ามีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับองค์ชายสามน่ะ ด้วยเหตุนี้ตระกูลพวกเราจึงเข้าตาราชวงศ์ บิดาข้าและพี่ชายข้า รวมทั้งข้า ได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยกัน ท่านปู่เจ้าเป็นถึงท่านแม่ทัพ เจ้าก็คงต้องไปด้วยอย่างแน่นอนกระมัง”
“งานเลี้ยงฉลองช่างน่าเบื่อยิ่งนัก จะไปหรือไม่พอถึงเวลาค่อยว่ากันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าไม่ไปก็ดีแล้ว ถึงตอนนั้นตระกูลน่าหลานจะต้องไปอย่างแน่นอน ถ้าหากพบหน้าพวกเขาเข้าจะต้องอดหาเรื่องเจ