้มีความคิดร้ายอะไรกับคนในตำแหน่งกษัตริย์อะไรนั่นเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากเกิดความแคลงใจเพียงเพราะพลังยุทธ์ของซือหม่าเลี่ยทวีความแข็งแกร่งมากเกินไป และพี่น้องซือหม่าโยวหมิงทั้งหลายมีพรสวรรค์เหนือธรรมดาแล้วละก็ ฝ่าบาทผู้นั้นก็มิใช่คนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลนัก
“ใช่แล้ว อีกไม่กี่วันจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของฝ่าบาท ทรงอนุญาตให้พวกเราทุกคนไปเข้าร่วมงานได้ ถึงตอนนั้นเจ้าก็จะได้เห็นฝ่าบาทแล้ว” ซือหม่าเลี่ยพูด
“เอ่อ… พอถึงเวลานั้นค่อยมาดูว่าอยากไปหรือไม่ก็แล้วกัน หากไม่มีเรื่องอันใดแล้วข้าขอตัวก่อนนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วจึงลุกออกไป
ขณะที่เดินผ่านลานบ้านหลัก เธอจึงค่อยนึกถึงเจ้าอ้วนชวีที่ยังดื่มชาอยู่ในโถงรับแขกขึ้นมาได้ จากนั้นจึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังโถงรับแขกแทน
นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจ้าอ้วนชวีได้เข้ามายังจวนแม่ทัพ หลังจากพ่อบ้านให้คนยกชามาให้เขาแล้วก็ไปจัดการธุระต่อ เขาดื่มชาไปหลายถ้วยแล้วซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังไม่มา เขาจึงคิดจะออกไปเดินเล่นข้างนอก เพิ่งเดินไปถึงประตูก็ชนกับคนที่เดินเข้ามา
“โยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าจึงเดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง!”
“แล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่าเจ้าอยู่ที่ประตูน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ”
“ข้ากำลังคิดจะออกไปเดินเล่นในลานบ้านอยู่ แล้วเจ้าก็เข้ามาพอดี” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ดีเลย เจ้าคงยังไม่เคยมาที่จวนแม่ทัพกระมัง ไป ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่น