วยก็เป็นความจริงน่ะสิ!
“อื้ม” ซือหม่าเลี่ยพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ตอนนี้พลังยุทธ์ของตระกูลเราก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยอย่างเงียบๆ ตอนนี้บวกกับที่เจ้าหลอมยาได้ พวกเราก็มีความมั่นใจในการต่อสู้กับตระกูลน่าหลานมากยิ่งขึ้นแล้ว”
“ท่านปู่ ข้ายังมีจุดที่ไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“อะไรหรือ”
“ท่านปู่มิได้เป็นแม่ทัพแห่งอาณาจักรตงเฉินหรอกหรือ เช่นนั้นคนของตระกูลน่าหลานมาทำเช่นนี้กับพวกเรา เหตุใดราชวงศ์จึงไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดความสงสัยภายในใจออกมา
“หลักๆ เป็นเพราะตระกูลน่าหลานมิใช่ครอบครัวธรรมดาสามัญ นอกจากนี้พวกเขาก็มิได้ใช้กำลังกับพวกเราเลยด้วย ราชวงศ์จึงมิอาจออกหน้าห้ามปรามได้น่ะสิ” ซือหม่าเลี่ยพูด “แต่ข้าว่าเหตุผลสำคัญที่สุดน่าจะเป็นเพราะฝ่าบาทคลางแคลงพระทัยในตระกูลเรา จึงทรงคิดจะยืมมือตระกูลน่าหลานมาทำให้พวกเราอ่อนแอลง”
“เพราะเหตุใดเล่า เป็นเพราะพลังยุทธ์ของท่านปู่ทวีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“มิได้เป็นเพราะข้าเท่านั้นหรอก” ซือหม่าเลี่ยพูด “ในสายตาคนนอก พี่ชายทั้งสี่ของเจ้าล้วนมีพรสวรรค์สูงส่งยิ่ง บวกกับที่ข้ามีอำนาจบารมีในอาณาจักรตงเฉินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ฝ่าบาทคงทรงกลัวว่าพวกเราจะมีอิทธิพลมากเกินไปกระมัง”
ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปาก “ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริง เช่นนั้นฝ่าบาทอะไรนั่นก็คงจะมิใช่คนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลสักเท่าไหร่นักหรอก”
ตระกูลซือหม่าไม่ได